อยากกลับเมืองไทยถาวรกันไม้???

สวัสดีค่ะ คืออยากจะมาแลกเปลี่ยนความคิดกันซักกะติ๊ดของคนไทยไกลบ้านมา 5 ปี ทำงานอยู่อเมริกาแบบ H1 เนื่องจากเบื้อความสับสนวุ่นวายของชีวิตชาวกรุง มากคนมากความ เบื่อลูกค้าโทรจิกไม่เว้นเสาร์อาทิตย์ เหนื่อยที่ต้องกลับบ้านไม่ต่ำกว่าสี่ทุ่มเวลามีงานด่วน (ไม่ทุกวันแต่ทุกอาทิตย์) พอมีโอกาสก็ซะหน่อย หนีความอลหม่านจากเมืองหลวงเมืองไทยมาสู่บ้านนอกเมืองนอก ชีวิตเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง ไม่มี Party Friday night, ไม่มี missed call, ไม่มี Midnight Sale, ไม่มีตลาดนัด ไม่มีลานเบียร์ และอื่นๆ มากมาย สิ่งที่เจอคือ เลิกงานกลับบ้านห้าโมง ตกเย็นทำกับข้าวกินเอง เสาร์อาทิตย์ shop grocery, รดน้ำต้นไม้ ทำสวน ว่างจัดๆ ก็ไปนั่งร้านหนังสือชิวๆ ไปปาร์คบ้าง ที่นี่มันเงียบสงบจนสงัด และที่สำคัญ เก็บเงินได้เว้ยเห้ย ส่งให้แม่ได้มากขึ้น ฮ่าฮ่าฮ่า อยู่เมืองไทยเรอะ..ช้อปแหลก แ..กสะบัด

ทีนี้ อยู่ๆไป ก็เริ่มคิดว่าจะอยู่ไปอีกซักกี่ปี ซักวันก็ต้องกลับบ้านเรา 5 ปี? 10 ปี กลับไปแล้วทำอะไร จะไหวไม้ว๊าาา คงไม่ทำงานประจำแล้วม้างง แก่ไปป่าวว้าา หรือทำธุรกิจอะไรซักอย่าง ก็ต้องมีทุนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านหรือจะย้ายรัฐดีไปอยู่ที่มันคึกๆหน่อย (แต่ตอนนี้รอ GC อยู่ ยื่นไป 3 ปีแล้ว คงยังไปไหนไม่ได้)

พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ เป็นไงกันบ้างคะ คิดจะกลับเมืองไทยกันไม้คะ กลับตอนอายุเท่าไหร่ แล้วกลับไปทำอะไรกันบ้างเอ่ย..

ความคิดเห็นที่ 1
มาใหม่ ๆ ตอนปี 2004 คิดนะคะว่าอยู่สัก 10 ปีเก็บเงินได้มากโขแล้วจะกลับบ้าน แต่ไป ๆ มา ๆ แต่งงานมีลูกนี่จะมีคนที่สองแล้ว เลยต้องเปลี่ยนความคิดค่ะ คงไม่ได้กลับแล้ว ต้องรออีกนานกว่าลูกทั้งสองจะเข้ามหาวิทยาลัยน่ะแหละ คิดไว้ว่าตอนแก่หลังเกษียณนะคะ คงไป ๆ มา ๆ เมืองไทยเมกา แบบอยู่นี่หกเดือน แล้วอยู่ไทยหกเดือน น่ะคะ


ตอบกลับความเห็นที่ 1
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 2
ให้ไปกลับไปเที่ยวเมืองไทยแบบเดือนสองเดือนเอา แต่ไม่อยากกลับไปอยู่แบบถาวรค่ะ ทั้งๆที่เราเกิดและโตที่กทม.มาตลอด เรารู้สึกว่าระยะสิบปีมานี้พฤติกรรมและนิสัยคนไทยเปลี่ยนไปเยอะมากๆ ก้าวร้าวและเห็นแก่ตัวมากขึ้นนะคะ วัตถุนิยมเกินเหตุ เราคุยกับญาติๆหรือเพื่อนๆที่เรียนมหาลัยมาด้วยกันทางFacebookบางทีก็คุยไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะค่ะ ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าถึงคิดหรือมีเหตุผลแบบนี้ บางคนก็มีวิธีคิดหรือตรรกะแปลกๆหลุดโลกยังไงไม่รู้ บางทีเราก็ไม่อยากแย้งมากเพราะไม่อยากมีเรื่องขัดใจ


สมัยเราทำงานที่กทม.ก็ประมาณเดียวกับจขกท.นั่นแหล่ะค่ะ ชีวิต+งานยุ่งเหยิง ไม่เป็นอันกินอันนอน ภาษีสังคมเยอะแยะ ที่ทำงานอยู่แถวชิดลม คอนโดอยู่เอกมัย ก็เที่ยว+ช๊อปแหลก สตางค์ก็ไม่มีเหลือเก็บแถมมีหนี้บัตรเครดิตอีกต่างหาก แต่พอมาอยู่ชิคาโก้ชีวิตสบายๆ ทำไรChillมากๆ เลิกงาน5โมงเย็น กลับบ้านมาพาหมาไปวิ่งเล่นที่dog park บางวันก็yoga classหรือไม่ก็ไปเรียนกีต้าร์ Partyกับเพื่อนร่วมงานก็มีสักเดือนละ1-2ครั้ง วันเสาร์ก็ไปdinner+ดูหนังกับแฟนมั่ง ไปกินข้าวกับน้า วันอาทิตย์ก็ทำกับข้าว ดูกีฬาอยู่บ้านค่ะ

ตอบกลับความเห็นที่ 2
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 3
รอผลเลือกตั้งอังคารนี้ค่ะ ไว้ตัดสินใจกัน กลับแน่นอนคงไม่เกิน 3-5 ปีนี้

เราไม่มีภาระ ไม่มีลูกให้ห่วง ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นเยอะ สามีจากที่ไม่รู้ไม่ชอบเมืองไทย ตอนนี้นั้งนับวันรอกลับไทยเร็วๆ เชียงใหม่รอบนอกเท่านั้นที่พวกเราแพลนหาที่อยู่กันถาวรค่ะ แค่เดินตลาดในเมืองตอนเช้าๆเรานี่ชอบมากมาย เมืองเหมือนยุ่งๆแต่ตอนเช้าบรรยากาศชาวบ้านๆเพียบเลย จิบกาแฟ นั้งมองผู้คน ก็สุขใจหละ

เค้าบอกถ้างานที่นี่ไม่สบายเว่อร์แบบนี้ก็คงย้ายไปเอเชียนานแล้ว มีงานเสนอมาให้เยอะเลยค่ะช่วงนี้ นี่ติดที่ว่างานสบายๆนี่แหละค่ะ ทำให้ต้องอยู่เก็บเงินต่ออีกสักหน่อย แพลนกลับก่อนเกษียรกันไว้ กลัวไม่ได้ใช้เงินค่ะ พี่ชายสามีอยู่ใช้เงินเกษียรได้ไม่ถึง5ปี เป็นมะเร็ง ไปขี่ฮาเล่ย์บนสวรรค์แล้ว


ตอบกลับความเห็นที่ 3
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 4
เป็นบางช่วงค่ะ ช่วงนี้คิดถึงเมืองไทย อยากกลับไปอยู่เมืองไทย แต่เพื่ออนาคตลูกและคิดว่าลูกคงจะคุ้นเคยกับที่ที่เค้าเกิด ฝ่ายแม่ก็เลยคาดว่าอาจจะได้ตายที่อเมริกา(มั๊ง) อยากอยู่ใกล้ ๆ ลูกน่ะค่ะ ส่วนฝ่ายพ่อคิดว่าเค้าก็คงจะไม่คุ้นเคยกับเมืองไทยเราซักเท่าไหร่ สรุปว่าเรื่องที่จะกลับไทยถาวรนั้นรู้สึกริบหรี่ลงเรื่อย ๆ น่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 4
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 5
มาอยู่ที่นี่ได้ 34 ปีแล้วค่ะ กำลังเตรียมจะกลับไปอยู่เมืองไทยตอนเกษียณค่ะ
ซื้อที่ไว้แล้วสองผืนที่เชียงใหม่ แต่ตอนแรกยังสองจิตสองใจนะ

พอดีเมื่อเร็วๆนี้ น้องเขยเขาเสนอขอซื้อที่ต่อ แล้วชวนให้ไปอยู่กับเขา จะได้เป็นเพื่อนกัน
น้องเขาไปซื้อที่ที่ไว้ที่เชียงดาว 8 ไร่
บอกจะให้ป้ากลับไปทำสวน ดีไม่ดีจะได้หัดทำนาด้วย เพราะน้องกำลังจ้องจะซื้อที่นาติดๆกันอยู่
พอป้าได้ข่าวแล้วแทบเต้นด้วยความยินดี อิอิอิ เลิกลังเลแล้ว
ไปแน่ๆค่ะ อีกประมาณ 2 ปี ไม่เกิน 3 ปี น้องบอกจะสร้างบ้านไม้สักหลังใหญ่ๆ มีระเบียงล้อมรอบ
จะได้เห็นวิวภูเขา อุทยานดอยอ่างขางหรืออะไรนี่แหละ
น้องเขาเริ่มปลูกต้นไม้ไปแล้วด้วย
น้องเขยเขาจะเริ่มสร้างบ้านแล้ว แต่น้องสาวป้าเขาติงไว้ บอกให้รอป้าไปเสียก่อนเดือนมกรา ลุงจะไปเมืองไทย น้องบอกจะพาไปดูที่

ชอบๆๆๆ ดีใจๆ

ตอบกลับความเห็นที่ 5
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 6
อ่านกระทู้นี้แล้ว จขกท ชีวิตคล้ายเรามาก ทั้งตอนอยู่ที่ไทยและที่นี่ ตอนนี้เรียนอยู่ค่ะ พยายามโน้มน้าวสามีว่า กลับไทยกันเถิดถ้าฉันเรียนจบแล้ว ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเราค่ะ แต่ทำอะไรก็ใช้เงินนะ ถ้าจะไปลงทุนก็ต้องเก็บเงินก้อน บ้านรถที่นี่ก็เพิ่งซื้อ ก็คงต้องอยู่ไปอย่างน้อยอีกห้าปี นับวันรอกลับบ้านเหมิอนกันค่ะ คิดว่าอยากจะย้ายไปเมืองใหญ่ แต่ค่าครองชีพก็คงสูงเป็นเงา สู็กลับไปชิลล์ที่กรุงเทพเลยดีกว่า ครอบครัวและเพื่อนก็พร้อมหน้าค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 6
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 7
ไม่กลับค่ะ เพราะ happy มากที่เมกานี่ แถมมีหลานที่เราอยากเห็นเขาบ่อยๆด้วย

เมืองไทยเอาไว้กลับไปเที่ยวเท่านั้น


ตอบกลับความเห็นที่ 7
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 8
ตอนนี้ยังไม่มีแพลนกลับเมืองไทยค่ะ เพราะเพิ่งมาอยู่ แต่ก็วางแผนบั้นปลายชีวิตลงทุนซื้อบ้านที่นี่เพิ่มซัก 2 หลังแล้วปล่อยเช่า แล้วก็ย้ายกลับไปอยู่เมืองไทยกัน พอกลับไปเมืองไทยอาจจะเปิดร้านขายของเล็กๆ หรือทำโฮมสเตย์ แต่ก็ยังเป็นแค่ความฝันหรอกค่ะ อีกอย่างเห็นด้วยกับหลายท่านที่บอกว่าชีวิตสาวทำงานใน กทม. มีแต่ช้อปปิ้งสังสรรค์ เราเรียนที่ กทม. แต่ทำงานต่างจังหวัด เพื่อนเราที่ยังทำงานใน กทม. แต่ละคนหาเงินได้มากกว่าเราเยอะ บางคนสามสี่หมื่นต่อเดือน แต่ไม่เคยเหลือเก็บเลย กินบ้าง เที่ยวบ้าง ช้อปปิ้งส่วนใหญ่


ตอบกลับความเห็นที่ 8
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 9
ความคิดเห็นที่ 5
มีภริยาชาวสวนดอกและเพื่อนๆ ชวนกันไปดำนาที่สะเมิง
ขณะนี้กังวลกันว่า ข้าวที่ไปดำกันไว้ ตั้งแต่สิงหาที่ผ่านมา
ทำไมไม่ยอมตั้งท้องสักที มีอะไรผิดพลาดหรือ


ตอบกลับความเห็นที่ 9
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 10
^
^
^
Expert อย่างคุณพี่ newcomer น่าจะต้องออกไปสำรวจแล้วละค่ะ คิกๆๆๆ


ตอบกลับความเห็นที่ 10
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 11
เราอยู่มาสิบกว่าปีแล้ว (มีเว้นช่วงกลับไปอยู่ไทย 2 ปี) เคยคิดกลับเมืองไทยถาวร
แต่พอไปอยู่ได้เดือนกว่าๆ คิดถึงบ้านที่อเมริกามากกก เลยคิดว่าจะอยู่อเมริกาถาวรจริงๆดีกว่า
เมืองไทยเอาไว้กลับไปเที่ยว
คนไทยรอบตัวเราที่เมืองไทยค่อนข้าง shallow และ วัตถุนิยมมากๆอย่างข้างบนว่า
พอกลับไปแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ผิดที่ อึดอัดบอกไม่ถูก


ตอบกลับความเห็นที่ 11
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 12
ความคิดเห็นที่ 10
แฮะๆๆๆ ไม่ แล้ว


ตอบกลับความเห็นที่ 12
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 13
ผมชอบไปๆมาๆ ไม่ชอบอยู่ที่ใดที่หนึ่งไปตลอดแต่ว่าจะอยู่ที่ไหนนานกว่าก็อีกเรื่อง


ตอบกลับความเห็นที่ 13
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 14
ถ้าได้GC. อย่ากลับเลยครับทำงานหาเวาไปเที้ยวบ้านดีกว่า
รีไทรน์ก้ค่อยครับ


ตอบกลับความเห็นที่ 14
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 15
อีก 5 ปี ดิฉันกลับค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 15
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 16
กลับไปเที่ยวได้แต่ให้ไปอยู่คงไม่ไหวค่ะ ผู้คนแปลกจริงๆนะ
ไหนจะสถานการณ์บ้านเมืองอีก


ตอบกลับความเห็นที่ 16
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 17
อยู่นานเกินจำนวนปีที่อยู่ในเมืองไทย ใกล้40ปี
กลับไปเยี่ยมพี่น้องช่วงสั้นๆได้แต่ให้ไปอยู่เลยเห็นนะไม่ไหว
อย่างคห.ข้างบนค่ะ มันไม่ใช่เมืองไทยที่เราเคยรู้จักแล้วล่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 17
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 18
ความรู้สึกตอนนี้ คิดว่าคงไม่กลับไปถาวรหรอกค่ะ เพราะเคยไปได้เดือนหนึ่ง ก็คิดถึงบ้านทางนี้มาก แต่ว่านาน ๆ ไป อายุมากขึ้นกว่านี้ก็ไม่แน่ อาจจะคิดถึงเมืองไทยและอยากไปเกษียณที่นั่นก็เป็นได้


ตอบกลับความเห็นที่ 18
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 19
เคยเรียนที่อเมริกาช่วง 1978-80 ตอนนั้นไม่เคยคิดจะอยู่อย่างถาวร ไม่อยากให้ชาวอเมริกันคิดว่าเราเป็น refugee (ช่วงนั้น เวียดนาม เขมร เริ่มอพยพไปมาก ป่านนี้เป็นเศรษฐีกันหมดแล้วมั้ง)

กลับมาทำงานในกรุง 3-4 ปี รายได้ปานกลาง ก็กลับไปทำธุรกิจการเกษตรที่ต่างจังหวัดบ้านเกิด
“ได้คลุกคลีกับชาวบ้าน ชาวนา ชาวไร่ ของแท้” เกือบ 30 ปีแล้ว

ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยถึงปัจจุบัน มีภรรยาเป็นคู่ทุกข์สุขเคียงกายตลอด ได้ไปดูบ้านเมืองอื่นๆพร้อมลูกๆเกือบทุกปี รวมถึงอเมริกาอีกหลายรอบ ส่วนตัวแล้วเห็นว่าอเมริกาน่าอยู่ขึ้นกว่าแต่ก่อน อย่างน้อยก็อเมริกันชนยินดีต้อนรับหน้าเอเชียมากขึ้น (ขอยกเครดิตส่วนหนึ่งให้คนญี่ปุ่น)

ตอนนี้ลูกชายมาทำงานที่ Texas โดย H1B เรียนมาทางด้าน Agricultural Business ไม่ได้เก่งอะไรมาก เชียร์ให้เขาอยู่ยาว หาช่องทางทำธุรกิจเล็กๆเอง เผื่อพ่อแม่จะได้ถือโอกาสไปอยู่ด้วย แต่เขาไม่อยากเริ่มต้น ทำงานอีกสัก 2 ปี กลับเมืองไทยได้ทำอะไรต่อจากพ่อแม่ ตอนนี้เขาไม่คิดอะไร จะทำงานหาความรู้และหาเงินแข่งกับเพื่อนเท่านั้น

#5 ความคิดเห็นของคุณ ป (ป้านี่เอง) เหมือนความฝัน (ที่เป็นจริงได้แน่นอน) ของคนหลายคน รวมทั้งเราด้วย ที่จะออกความเห็นนี้ ไม่ได้ตั้งใจให้ ป (ป้านี่เอง) หรือท่านใดที่กำลังจะย้ายกลับเมืองไทย เปลี่ยนใจ แต่อยากให้เผื่อใจสำหรับหลายๆอย่างที่ไม่ใช่ Ideal เราอยู่เมืองไทยมากกว่า 50 ปี เห็นอะไรดีๆของเมืองไทยหลายอย่าง บางอย่างก็มีวิวัฒนาการที่ดี แต่หลายอย่างเลวลง และทำใจไม่ได้ เท่าที่นึกออกในเวลาจำกัด

การเมือง – ยอมรับไม่ได้กับความคิดของชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา ที่เราใกล้ชิด ในการเลือกผู้แทน ซึ่งได้มาซึ่งความรู้สึกที่ต่ำต้อยของเราที่ได้เป็นพลเมืองของผู้ปกครองประเทศเหล่านี้ ส่วนคนกลุ่มอื่นเราไม่ทราบ

ศาสนา – พระพุทธ, พระธรรม, พระสงฆ์ อย่างสุดท้ายเรากราบไม่ลง นับวันจะมีมารเพิ่มขึ้น จนเป็น majority แล้ว

สังคม – #2 ความคิดเห็นของคุณ piggymom เป็นตัวอย่างที่เราก็รู้สึกเหมือนกัน ยิ่งคนที่ไปอยู่ในสังคมอื่นนานๆ แล้วกลับมาเจอ จะรับไม่ได้จริงๆ
ถ้าคุณ ป (ป้านี่เอง) มาสร้างบ้านอยู่ที่เมืองไทย คุณ ป (ป้านี่เอง) ควรมีรั้วบ้านสูงๆ หน้าต่างประตูต้องมีลูกกรง เลี้ยงสุนัขตัวโตช่วยเฝ้าบ้าน

ถ้าคุณ ป (ป้านี่เอง) ซื้อที่ดินไว้หลายไร่ ไม่มีเวลาไปดูทุกวัน อาจจะมีเพื่อนบ้านแอบขยับหลักเขตแดน เข้ามาตัดต้นไม้ ช่วยเราเก็บผลไม้ ช่วยเราเกี่ยวหญ้าโดยไม่ได้รับเชิญ เผาขยะ ใบไม้ รอบๆบ้านเรา เช้า กลางวัน เย็น เหมือนที่เรากำลังประสบ

เราอยู่อย่างไม่มีความสุขที่เห็น Corruption ตั้งแต่ระดับ อบต. อบจ. ถึงระดับประเทศ

เราไม่รู้ว่าเขาทำกันได้อย่างไร ที่ชาวบ้านมักง่ายตั้งกลุ่มเรียกตัวเองว่า สมัชชาคนจน แล้วเข้าไปสร้างบ้าน ในที่ดินของ บสท. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาล ซึ่งหนี้เสียจากธนาคารช่วง crisis ปี 2538 หลายแปลงในหลายจังหวัด โดยหวังว่ารัฐบาลจะแบ่งที่ให้ทำกินฟรีๆ โชคไม่ดีอยู่ติดบ้านเราอีก เรื่องนี้ถ้าเล่าแล้วยาว แต่อยากชี้ให้เห็นว่า เมืองไทยไร้ขือแปจริงๆ ไม่มีใครเข้าไปยุ่ง

เราคิดว่าไม่ยุติธรรมที่รัฐบาลใช้ภาษีส่วนหนึ่งที่เก็บจากคนชั้นกลางที่เป็นมนุษย์เงินเดือน แล้วโปรยให้ชาวไร่ ชาวนา เพื่อหวังคะแนนเสียง เขาได้เงินมาง่ายๆ ก็ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ไม่ productive แต่คุยว่าเงินสะพัด

เรื่องทำนองนี้ ถ้ายอมรับกันได้ ก็กลับมาอยู่เมืองไทยเถอะครับ เพราะมีสิ่งดีๆที่ทุกท่านรู้อยู่แล้ว


ตอบกลับความเห็นที่ 19
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 20
ถ้าหมดภาระเรื่องงานเรื่องลูกก็กลับเมืองไทยอย่างเดียวล่ะค่ะไม่มีจุดหมายอื่น

ส่วนเรื่องไม่ดีอะไรต่างๆในเมืองไทย มันก็เป็นของมันแบบนั้นแหละค่ะ

สังคมไหนๆก็เหมือนกัน มีทั้งเรื่องดีเรื่องไม่ดีเรื่องแปลกๆเรื่องน่าประทับใจเรื่องยากจะเข้าใจ ฯลฯ เป็นเหมือนกันทุกที่


ตอบกลับความเห็นที่ 20
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 21
คนในอยากจะออกคนนอกอยากจะเข้า
the grass is always greener on the other side.
นานาจิตตัง


ตอบกลับความเห็นที่ 21
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 22
ช่วงหลังๆที่กลับไปเที่ยวเมืองไทย พบปะเพื่อนสนิท ญาติพี่น้องทั้งหลายทั้งปวง ทำให้เปลี่ยนความคิดที่อยากกลับไปอยู่เมืองไทยแล้วหล่ะ

นอกจากทัศนคติและค่านิยมที่หลงไหลแต่เงิน ลาภ ยศ คนมีตำแหน่งแล้ว คนรอบข้างรู้สึกว่าเขาอยากแต่จะพึ่งพาคนโน้น คนนี้อยู่ตลอดเวลา ทั้งเรื่องเงินทองและความช่วยเหลือที่ฟังดูไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องช่วยเลย เช่น อยากมาขอยืมเงินเราสักสาม สี่แสนไว้ให้ลูกไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน หรือมายืมเราสามล้านเพื่อไปทำโครงการทาวน์เฮ้าในตจว. พอถามว่าทำไมไม่ไปกู้ธนาคาร เขาบอกว่ายืมเรามันง่ายดีไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นี่ ไม่ใช่ญาติสนิทด้วยนะเนี่ย...พอไม่ให้ยือก็เอาเราไปนินทาเสียๆหายๆ ทำนองว่าไม่เอาพี่เอาน้องแล้ว เฮ้อ เบื่อ...เจอทุกวัน

พอพูดถึงคนรวย...คนไทยส่วนใหญ่ต้องบอกว่าเขาดีไว้ก่อน ไอ้ความรวยกับความดีมันไม่เหมือนกันเลยน่ะ ทัศนะคติเหล่านี้ทำให้สังคมไทยเรานับวันยิ่งเสื่อม คนไทยวันๆไม่คิดอะไร คิดแต่จะขอ จะพึ่ง ทำอะไรเจออุปสรรคนิด แทนที่จะสู้เพื่อฝ่าฟันอุปสรรคเหมือนคนรุ่นปู่ย่าตายายของเรา กลับคิดแต่จะหาคนมียศ มีตำแหน่งมาช่วย

กลับไปครั้งล่าสุดไม่รู้ใครต่อใครพยายามติดต่อเอาลูกมาฝากให้มาอยู่ด้วยที่อเมริกา เรียนจบป.ตรีที่ไทยแล้วไม่มีงานทำหวังให้เราช่วยหางานให้ที่อเมริกา พ่อเจ้าปะคุณเอ๋ย...ปัญญาหางานที่เมืองไทยยังไม่มีแล้วจะเอาอะไรมาหางานแข่งกับฝรั่งเขาหล่ะ

บอกตรงๆว่าเบื่อค่านิยมและทัศนคติของคนไทยรุ่นหลังๆนี้มากมาย เอาว่ะ ไม่กลับแล้ว จะว่าไม่เอาพี่เอาน้อง กูก็ไม่เอา


ตอบกลับความเห็นที่ 22
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 23
ถูกใจคห.22จัง


ตอบกลับความเห็นที่ 23
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 24
มีคำพูดหนึ่งที่ว่า You can never go home again.
ง่าย ๆ คือ การกลับไปที่ประเทศไทย ใช่ว่าจะเป็นเหมือนเดิม
เหมือนกับเหล่าพวก expat. ทั้งหลาย หลังจากทำงานต่างแดน
หลากวัฒนธรรม หลายที่
เวลาเกษียณ กลับประเทศเดิม
มักจะมีปัญหาเรื่อง culture shock
ทั้ง ๆ ที่เป็นประเทศของตัวเอง
แต่มันก็ไม่เหมือนเดิมในอีกหลาย ๆ อย่าง

ก่อนกลับสักปี ควรติดตามข่าวสาร
ตามวัฒนธรรมของไทย(ในยุคใหม่)
เตรียมจิตใจ ศึกษาข้อมูลไว้ก่อนค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 24
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 25
อยากกลับเมืองไทยถาวร ถ้า ถูกล๊อตโต้รางวัลที่ 1 ค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 25
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 26
เมื่อก่อนมีอยู่พักนึงเคยเบื่ออะไรๆที่เมกามาก อยากกลับไปอยู่คนเดียวที่เมืองไทยจริงๆ แต่ตอนนี้คงไม่แล้ว อาจไปๆมาๆ คนไทยสังคมไทยเปลี่ยนไปมากจริงๆอย่างที่หลายคนข้างบนว่าไม่ได้บอกว่าคนไทยทั้งหมดไม่ดี เพียงแต่เราไม่ชินเพราะจากมานาน พฤติกรรมเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวบางอย่างของบางคน ก็เคยทำให้เราอ้าปากค้างมาแล้วหลายครั้งหลายหน จนอึ้ง ทึ่ง เสียวกันไปเลยทีเดียว


ตอบกลับความเห็นที่ 26
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 27
คห.ที่ถูกใจอย่างเดียว ไม่อยากจะพูด (เขียน,พิมพ์) เองเรื่องนี้


ตอบกลับความเห็นที่ 27
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 28
ไม่มีความเห็นค่ะ ยังอีกนานเกินไปสำหรับเราที่จะคิดเรื่องกลับไทยถาวร แต่เราและสามีเป็นประเภทข้อแม้เยอะ ก็เลยยังไม่รู้ว่าจะไปอยู่ไหนกัน เราไม่ชอบอากาศร้อนอบอ้าว ยุงเยอะ หนาวเกินก็ไม่ชอบ สามีเรากลัวน้ำท่วมแบบปีที่แล้วขึ้นสมอง จะให้ไปซื้อคอนโดที่นู่นก็ไม่เอา ครั้นจะให้เราไปอยู่ตจว. ในที่สูงๆ อย่างบนดอย เราก็ไม่อยาก รู้สึกผิดที่ผิดทาง จะให้ไปอยู่กับสวนกับไร่ก็ไม่เอา เพราะเป็นคนชอบบรรยากาศชาวเมือง ชอบเดินห้าง ถึงแก่แล้วก็นึกภาพตัวเองเดินช้อปปิ้งในห้างมากกว่าทำสวน อีกอย่างไม่อยากปรับตัวมากตอนแก่ สำหรับเราถ้าไม่ใช่ประเทศที่อยู่นี้ อีกที่นึงในโลกคือ กทม.เท่านั้นที่เรารู้สึกว่าเป็นบ้านอย่างแท้จริง

ว่าไปเราอยากไปอยู่ประเทศที่ ๓ มากกว่า ไม่ใช่ทั้งไทย และที่อาศัยอยู่ตอนนี้ อยากไปอยู่กรีซ ที่เกาะซานโตรินี่ค่ะ วันๆ เดินชมวิว ลั้นลา เผอิญเพิ่งไปพักผ่อนที่นั่นมาเมื่อหน้าร้อน เป็นที่ๆ เราอยากไปเกษียณที่นั่นมากค่ะ ตัดสินใจเลยทันที ณ จุดๆนั้น แต่เอาจริงๆ อยากอยู่ที่ๆ อุณหภูมิ ๑๘ องศาตลอดปี มีแสงแดดอุ่นๆ ไม่มีอากาศแปรปรวน ไม่มีภัยการเมืองและภัยธรรมชาติทั้งหลายแหล่ ของ่ายๆ แค่นี้ ถ้าท่านใดทราบว่าอยู่ที่ไหน โปรดชี้ทางอิชั้นด้วยนะคะ


ตอบกลับความเห็นที่ 28
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 29
ไม่


ตอบกลับความเห็นที่ 29
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 30
อยู่อังกฤษปีนี้ปีที่ 8 แล้่วค่ะ ก็มีลูกมีครอบครัวอยู่นี่แล้ว คิดว่าไม่อยากกลับไปอยู่ไทยอ่ะ่ค่ะ

เพราะอยากให้ลูกโตที่นี่ มีชีวิตอยู่ที่นี่ ส่วนเราเอง ถ้าแก่แล้ว ก็คงจะย้ายไปโปแลนด์กับสามีอ่ะค่ะ เพราะสามีเป็นชาวโปแลนด์


ตอบกลับความเห็นที่ 30
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 31
ถ้าถามตอนนี้ ไม่อยากกลับคะ กลับไทยแค่สามอาทิตย์ อิชั้นยังจะตาย ฺ....ฮ่า


คิดถึงเมืองไทย อย่างเดียวจริงๆ คือร้านหนังสือ อยากอ่านนิยาย นิตยสาร หนังสือแต่งบ้าน

ส่วนอย่างอื่นเฉยๆ ยิ่งเรื่องอาหารการกิน ยิ่งเฉย เพราะที่นี่ มีทุกอย่าง ทำกินเองก็ได้ อร่อยอยู่สองคน ตายาย

ส่วนสามี อย่าให้พูด นางไม่เคยคิดอยากจะไปอยู่ ชวนกลับไปเที่ยวยังอิดออด ตั้งกะแต่งงานมา สี่ปี

สามีอิชั้นกลับไทยด้วยครั้งเดียว ที่เหลือ เมียบินเดี่ยว จนชาวบ้านคิดว่า โดนสามีทิ้ง --"


แต่ไม่แน่ อาจจะไปอยู่เมกา ไปเที่ยวพึ่งกลับมาได้ อาทิตย์เดียว หลงรัก ซานฟรานซิสโก ^0^

ชอบอากาศ ดีเวอร์ น่าปลูกผัก เป็นยิ่งนัก ถ้าอยู่จริง คงปลูกผักได้ทั้งปี ไม่ต้องรอหน้าร้อนเหมือนที่นี่ ^^

ตอบกลับความเห็นที่ 31
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 32
ไม่กลับค่ะ อยู่เมกามีความสุขดีอยู่แล้ว ไปเมืองไทยเยี่ยมญาติพี่น้องเพื่อนฝูงบ้าง ก็สนุกดี เสร็จแล้วก็อยากกลับบ้านที่เมกา


ตอบกลับความเห็นที่ 32
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 33
คุณ : newcomer กำลังศึกษาวิธีปลูกข้าวอยู่ค่ะ
ป้าต้องไปเริ่มศึกษาต้นไม้ต้นไร่เมืองร้อนใหม่ เพราะชินแต่ปลูกไม้เมืองหนาว
ไม่ชอบอยูในเมืองค่ะ ไม่ชอบความพลุกพล่าน
ถึงจะอยู่ในชิคาโกก็จริง แต่แถวบ้านเงียบสงบนะคะ กลางคืน เงียบกริบเลยแหละ

ที่ที่ซื้อไว้ในตัวเมืองเชียงใหม่ ตอนนี้ไม่สงบแล้ว
ตอนที่ซื้อนั้น เงียบมากเพราะอยู่ท้ายสุดของหมู่บ้านจัดสรร
กลับไปคราวก่อน ต๊กกะใจ เขาตัดถนน 4 เลน ผ่านด้านหลังหมู่บ้าน เสียงรถเสียงแตรตังลั่น
เซ็งไปเลย ถึงได้ดีใจนักหนา ที่น้องขอซื้อไป

น้องบอกที่ที่เชียงดาวเงียบมากค่ะ ป้าจะต้องชอบแน่ๆ
เขาบอกชาวบ้านน่ารักมากๆ ใจดีโอบอ้อมอารี
มีฝรั่งภรรยาชาวไทย ปลูกบ้านกลางทุ่งนาใกล้ๆด้วยล่ะ บ้านใต้ถุนสูง ปลูกข้าวใต้ถุนด้วยล่ะ
อยากไปเห็นมากๆ

ป้ากำลังฝันเรื่องปลูกผักนะคะนี่ ที่ที่ชิคาโกมีนิดเดียว แปลงผัก แค่ 8 ฟุต x 20 ฟุตเอง
ป้าใส่ปุ๋ยคอกมากไป ผักคะน้างามมาก แต่พริก และมะเขือมีแต่ใบ ไม่ค่อยมีลูก
ทุ่งนาคุณมีปุ๋ยคอกมากเกินไปหรือเปล่าคะ ถ้าไนโตรเจนสูง ใบจะงาม แต่ดอกจะไม่ดก

~~~~~~~~~
เรื่องคนไม่น่ารักนั้นที่ไหนๆก็มีทั้งนั้น ไม่ว่าเมืองไทยเมืองฝรั่ง ที่อเมริกา เรื่องแย่ๆก็เยอะนะคะ
ต้องตัดใจ คบหาแต่คนที่ถูกคอถูกนิสัยกันก็พอ
คนอเมริกันวัตถุนิยมก็เยอะ เห็นแก่ตัวก็มาก


ตอบกลับความเห็นที่ 33
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 34
กลับแน่ ตอนนี้ก็ซื้อทาวเฮ้าส์เล็กๆไว้แล้ว รออีกประมาณสิบปี รอให้ผ่อนบ้านให้หมด ขายแล้วเอาเงินกลับไปเมืองไทย ถ้าถึงเวลานั้นแล้วยังได้เงินเกษียรอยู่ ก็คงพออยู่ได้ ไม่ฟุ้งเฟ้ออะไร อยู่ง่ายๆ กินง่ายๆ ถ้ามีใครมาขอยืมเงินก็บอกไปว่า ไม่มีให้ยืม ส่วนข้อเสียต่างๆนาๆ ที่ทุกคนยกขึ้นมา เรื่องคอรัปชั่น ค่านิยม ทุนนิยม การไม่เคารพกฏระเบียบ ทำอะไรตามใจฉัน การเมืองไม่เสถียร ยิงกันฆ่ากันอย่างกับบ้านป่าเมืองเถื่อน ใครมีความเห็นไม่ตรง ก็ใช้กำลัง อยากได้อะไรจากทางการ แล้วไม่ได้ก็ปิดถนน มันก็เป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว (นอกจากเรื่องปิดถนน) เพียงแต่ตอนนี้เราได้มีโอกาสไปเห็นว่าบ้านเมืองอื่นๆเค้าเป็นยังไง ต่างจากเมืองไทยยังไง ก็เลยทำให้รู้สึกว่า ดีกรีของข้อเสียมันเด่นขึ้น มากกว่าเดิม แต่ก็เข้าใจนะ ถ้าใครมีครอบครัวอยู่ แล้วจะให้เค้าย้ายรากเง้าไปอยู่เมืองไทย คงจะยาก แต่ถ้าตัวคนเดียว โยกย้ายกันง่าย ก็คงมีแนวโน้มมากกว่า ในการที่จะกลับไปอยู่เมืองไทยหลังเกษียรอย่างถาวร ผมคนนึงก็อยู่ในกลุ่มนี้ แต่ก็มีแฟนอยู่เมืองไทยแหละ เลยไม่ต้องคิดหนัก แต่จะว่าไปแล้วนะ แฟนอยู่ที่ไหน เราก็อยากอยู่ที่นั่น เพียงแต่มัน make sense มากกว่าที่จะอยู่เมืองไทย เมื่อคำนวณแล้วว่าจะได้เงินค่าครองชีพเท่าไหร่หลังเกษียร
ตอบกลับความเห็นที่ 34
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 35
กลับ คับ ถึงมันจะวุ้นวายอย่างไง ก็ประเทศเราเอง..
เราอาจจะเปลี่ยนประเทศเราไม่ได้ แต่ประเทศเราก็มีเสน่ห์ในของตัวเอง จนทำให้หลายต่อหลายคนที่ไม่ได้เกิดที่ประเทศเรา หลงรักประเทศแล้วจนไม่อยากกลับประเทศเกิด


ตอบกลับความเห็นที่ 35
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 36
แค่ไปเที่ยวอเมริกามาสามเดือนเต็มเมื่อต้นปี

ผมยังไม่อยากกลับไทยเลย อิจฉาคุณภาพชีวิตคนอเมริกา

ฝันไว้ว่าสักวันจะได้ไปอยู่เมืองนอกบ้าง

ไม่ใช่ไม่รักเมืองไทย แต่เมืองไทยที่เคยรัก มันหายไปไหนแล้วไม่รู้

ออกไปข้างนอกเหมือนต้องระวังตัวตลอดเวลา คนไร้น้ำใจเยอะ

โจรผู้ร้าย เด็กแวนซ์ ค่าครองชีพสูงกว่าเมืองนอกไปแล้ว

เมืองนอกอันตราบก็จริงแต่ก็เป็นโซนๆ เมืองไทย มันอันตรายทุกที่


ตอบกลับความเห็นที่ 36
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 37
ความคิดเห็นที่ 33
รับทราบ ครับ


ตอบกลับความเห็นที่ 37
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 38
เพิ่งอ่านข่าว สาวป.โทถูกฆ่าข่มขืนที่เชียงใหม่มา ยังหลอนไม่หาย
ยาเสพติดเยอะมากด้วยจนเป็นที่มาของอาชญากรรมต่างๆ สงสารประเทศไทย
ใช่ว่าที่ตปท.จะไม่มี แต่อย่างน้อยกฏหมายก็ยังศักดิ์สิทธิกว่า


ตอบกลับความเห็นที่ 38
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 39
เอาแค่กลับไทยปีละครั้งพอใจแล้วหมดแรงเมื่อไหร่ค่อยปักหลักที่ต่างประเทศยาวไปเลย
ขอบอกตรงๆ ว่าคิดเหมือนหลายคนข้างบนสำหรับเราเมืองไทยน่ากลัวขึ้นทุกวัน
สภาพสังคมไร้คุณธรรมแถมประชาชนส่วนใหญ่ยังยอมรับพฤติกรรมทุจริต
ทัศนคติกลับด้านไปหมด วัตถุนิยมสุดๆ สิ่งที่ถูกต้องกลายเป็นเรื่องตลก
ส่วนอะไรที่ผิดศีลธรรมจรรยากลับมองเป็นเรื่องปกติ ชี้วัดกันที่เงินทองและเปลือกนอก
ผู้คนถูกหล่อหลอมให้คิดเหมือนกันทำเหมือนกัน หลงชาติ คลั่งชาติจนไม่ยอมรับความจริง
เอ..เราอาจมองโลกแง่ร้ายเกินไปก็ได้


ตอบกลับความเห็นที่ 39
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 40
ไม่มีใครอยู่เมืองไทยแล้วค่ะ ถ้าถามว่ากลับบ้านเกิดตอนแก่มั๊ย ตอบเได้ตอนยังไม่แก่แหละค่ะว่า จะกลับบ้านเกิดที่ไม่ใช่เมืองไทย

อ่านกระทู้นี้แล้วกลัวเมืองไทยหน่อย ๆ คอนโดที่บ้านเย็นอากาศ สาทร กับที่อีกผืนใกล้ ๆ มหาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อไม่มีใครที่ไทยแล้ว อีกหน่อยคงบอกขาย กลับไปอยู่ Calgary ที่มีครอบครัวอิฉันใหญ่มหึมาดีกว่า

ที่จริง ต้องตอบว่า เมื่อแก่ ๆ แล้วอยากกลับบ้าน บ้านที่มีคนมี่เรารัก และครอบครัวที่รักเราค่ะ ส่วนที่ไหน ก็แล้วแต่ว่าบ้านใครอยู่ไหนอ่ะค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 40
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 41
ไม่มีที่ไหนสุขเท่าบ้านของเราอีกแล้วล่ะครับ ที่นี่ล่ะอเมริกา โฮมสวีทโฮม มาแรกๆ โคตรจะลำบาก แต่ตอนนี้สบายขึ้นเรื่อยๆ ไม่อยากไปไหนแล้วล่ะครับ อยู่ให้รอดต้องอยู่แบบอเมริกัน อยู่แบบไทยๆ ในเมกานี่อยู่ยาก


ตอบกลับความเห็นที่ 41
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 42
ตอนนี้มีเรี่ยวแรงยังคิดแบบนี้กันได้อยู่ แต่รอผัวตาย ลูกโตแยกไปส่วนตัว คุณเมียๆฝรั่งทั้งหลายจะคิดอีกแบบ ถ้าจะมาอยู่ งกๆเงินๆ แกจะเดินไม่ไหว หยิบลิปสติคก็มือสั่น สักไม้เท้าเดินไปซื้อขนมปังมากินเอง จะหาเวลาคุยกับเพื่อนรุ่นเดียวกันเรื่องธรรมะเข้าวัดก็ไม่มี แก่จะตายใส่กระโปรงยินสั้นจำตูดใส่ถุงน่องตาขาย รองเท้่าส้นสูงสีชมพูแป้ด ก็เห็นแต่ฝรั่งแก่ๆทำคืออยู่แต่คนไทย กล้าทำแบบนั้นบ้างก็เชิญเลย ข้าพเจ้าคนหนึ่งล่ะไม่อยู่แน่นอน หาสาระไม่ได้เลย ตอนนี้มีแรงทำอะไรเองได้ก็พูดได้ แต่ลองหมดลูกหมดผัวไปแล้ว วัฒณธรรมฝรั่งเป็นอะไรที่ไม่มีสาระเอาซะเลย เสียชาติเกิดมากๆ ไปอยู่ไทยถ้ายังมีจิตใจแอนตี้ก็อยู่ยากอ่ะ เพราะเขาเริ่มจะมาทำตามพวกฝรั่งกันแล้ว ค่านิยมเปลี่ยนไป แบ่งชนชั้นอีก ถ้าเราเป็นตัวของตัวเองก็หย่าไปแคร์หรือทำแบบเขาสิ ทำนิสัยการใช้เงินให้เกมือนเดิมเหมือนอยู่นอก ประหยัด รู้ค่าเงิน ไม่ต้องตามกระแส ก็อยู่ได้ เรื่องอาชญากรรมอันนี้ก็ต้องยอมรับว่าบ้านเราก็หนักเอาการ เมืองนอกจะมีนานๆที แต่ถ้าตัดเรื่องอยู่ที่ใหนก็ตายเหมือนกันได้อ่ะ สบาย อยู่นอกก็ใช่ว่าจะไม่ตาย อยู่ให้ดี มีสติ รู้จักธรรมะในการดำเนินชีวิตบ้าง เมืองนอกเป็นเมืองน้ำไหลไฟติด สบายแต่ถ้าพูดเรื่องศาสนา ยังห่างไกลจากไทยมาก เราพูดเรื่องความตายกับใครก็หาว่าเราบ้า พูดยังกะมันจะไม่ตายเป็น
ตอบกลับความเห็นที่ 42
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 43
อยากกลับมากค่ะ แต่สามีไม่ชอบเมืองไทย บอกเมืองไทยร้อนเหมือนนรก ( โกรธมากเวลาได้ยินแกพูดกะใครแบบนี้) เวลาเห็นสามีใครชอบเมืองไทยนี่อิจฉาจังเลย สงสัยต้องเลิกกะสามีคนนี้ถึงจะได้กลับไปอยู่เมืองไทย มาเจอแกที่เมกาค่ะ
ตอบกลับความเห็นที่ 43
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 44
อยากกลับมากค่ะ แต่สามีไม่ชอบเมืองไทย บอกเมืองไทยร้อนเหมือนนรก ( โกรธมากเวลาได้ยินแกพูดกะใครแบบนี้) เวลาเห็นสามีใครชอบเมืองไทยนี่อิจฉาจังเลย สงสัยต้องเลิกกะสามีคนนี้ถึงจะได้กลับไปอยู่เมืองไทย มาเจอแกที่เมกาค่ะ
ตอบกลับความเห็นที่ 44
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 45
อยากกลับค่ะ แต่คงต้องรอรอหลังเกษียณ ตอนนี้เตรียมปลูกบ้านที่ชะอำเอาไว้แล้ว แฟนอเมริกันชอบทะเลมาก เอาไว้อยู่ตอนไปเมืองไทย แต่คงไม่อยู่ถาวร คงไปๆมาๆระหว่างไทย-อเมริกา เพราะลูกอยู่อเมริกาและแฟนคิดถึงลูกหลานเค้าด้วย 
ตอบกลับความเห็นที่ 45
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 46
อยากกลับค่ะ แต่คงต้องรอรอหลังเกษียณ ตอนนี้เตรียมปลูกบ้านที่ชะอำเอาไว้แล้ว แฟนอเมริกันชอบทะเลมาก เอาไว้อยู่ตอนไปเมืองไทย แต่คงไม่อยู่ถาวร คงไปๆมาๆระหว่างไทย-อเมริกา เพราะลูกอยู่อเมริกาและแฟนคิดถึงลูกหลานเค้าด้วย 
ตอบกลับความเห็นที่ 46