แชร์ขอ Schengen Visa ไม่มีหนังสือรับรองการทำงาน ไปกับแฟน/สามีที่ไม่แต่งงานหรือจดทะเบียน

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า กระทู้นี้คงได้พิมพ์ยาวแน่นอนคะ เพราะอยากแชร์ประสบการณ์ และอธิบายเกี่ยวกับการเตรียมหลักฐานในเคสนี้แบบเรา
เพราะเห็นหลายคนที่เคสเดียวกันกังวลมาก ถ้าท่านใดคิดว่าเอกสารการงานการเงินชัวร์ปึ๊กแล้วข้ามไปได้เลยนะค่ะ

ต่อมา ต้องขอขอบคุณหลายๆท่านในห้องบลูที่คอยให้คำแนะนนำมากมาย
( ขอบคุณเว็บ trekkingthai และ ladyinter ด้วยนะค่ะ)
และขอบคุณหลายท่านที่ได้รบกวนทางหลังไมล์ และทางอีเมลคะ
ทั้งเรื่องรบกวนปรึกษาจนปวดหัวแทนเราและผู้ร่วมชะตากรรมที่คอยให้กำลังใจกันต้องขอบคุณมากๆจริงๆ

ได้มา  35 วัน(ขอไป 31วัน) มีระยะเวลา 3 เดือน ได้แบบมัลติ แต่ตอนขอขอเป็นซิงเกิล

เรายื่นเอกสารขอวีซ่าเชงเก้น ของประเทศฝรั่งเศสคะ (ไปฝรั่งเศส สวิส ออสเตรีย และอิตาลี รวม 31วันคะ อยู่ฝรั่งเศสนานสุดและไปลงประเทศแรก) ตอนแรกนัดยื่นกับทาง TLS โทรไปนัดแล้วด้วยนะเออ ...  แต่ช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา วิตกจริตมากคะ เพราะมีแต่กระทู้แนว วีซ่าไม่ผ่านออกมาให้เห็นเรื่อยๆ ประกอบกับมีคนในกระทู้นั้นแหล่ะคะแนะนำว่าถ้าเคสไม่ปกติก็ยื่นกับสถานทูตดีกว่า ถ้าไม่ชัวร์เรื่องอะไรเราจะได้สอบถามได้   แต่ถ้าคนที่มีหลักฐานพร้อมยื่นกับที่ไหนเราว่าก็ผ่านคะ

แล้วก็เป็นครั้งแรกในชีวิตในการไป ตปท คะ หน้าพาสปอตยังว่าง สะอาดปิ๊งๆ
เราเป็นประเภทวิตกจริตขึ้นสมองค่ะ นับวัน 90 วันย้อนหลัง (เขาให้ยื่นขอวัซ่าได้ 90 วันก่อนเดินทาง) พอตัดสินใจว่าจะยื่นกับทางสถานทูตโดยตรงก็กระวนกระวายเพราะตอนนั้นช่วงปีใหม่พอดีกลัวเปิดทำงานมาปั๊บคิวจะเยอะแยะแต่ก็ว่างคะไม่มีปัญหาก็ใจกล้าโทรไปวิงวอนกับทาง TLS ว่าเราขอเปลี่ยนไปยื่นกับสถานทูตนะ เขาก็โอเค (แอบกลัวเขาจะหมั่นไส้เหมือนกันคะ)

การเดินทางไปสถานทูตฝรั่งเศสใครอยู่ใกล้ท่าเรือด่วนเจ้าพระยา ลงเรือโล้ดคะ ไปขึ้นท่าสี่พระยาเดินต่อแป๊บเดียว
เพราะตอนไปยื่นเรานั่งรถไปคะ พระพุทธฯ!!!  นัดยื่น 10โมง ออกจากแถวๆตลิ่งชันประมาณ 7โมงครึ่ง 9โมงครึ่งรถติดอยู่แถวสาทรคะ ไม่ได้การ โชคดีที่แถวนั้นอยู่ใกล้ๆท่าเรือสาทร วิ่งกระหืดกระหอบลงรถไปต่อเรือข้ามฝากจากท่าเรือสาทรไปแชงเกอรีล่า แล้วบอกพี่วิน(มอไซ) ซิ่งโล้ด อีก 5 นาที 10โมง วิ่งเข้าไปในตึก CAT กสท.  เจอพี่ยามยืนคุยภาษาฝรั่งเศสกับชายชาวฝรั่งเศสคนนึง โว๊ะ !!! สมกับเป็นยามสถานทูตฝรั่งเศสมากๆ พอยื่นใบนัดเรียบร้อยก็ขึ้นไปชั้น 23 รอเรียกคิวเลยคะ
ตอนเราไปยื่นเอกสารเขาไม่ถาม ไม่ขอเอกสารเพิ่มเติม ยื่นวันจันทร์ นัดรับเล่มคืนจันทร์ถัดไปคะ

ขาไปรับพาสปอตคืน ไม่เอาแล้ว ลงเรือดีกว่านัดรับเล่ม บ่าย2 แป๊บเดียวถึง ประมาณ บ่ายโมง ไปก่อนเวลาพี่แกก็ให้ไปนั่งรออยู่ในชั้นอาหาร อ่าววว เราก็ต้องไปนั่งตื่นเต้นเล่นที่ชั้นอาหารอีกที พยายามจะเอาโทรศัพท์มาจิ้มเล่นเกมส์ ยังเล่นไม่รู้เรื่องเลย ห้าๆๆๆ มัวแต่คิดเรื่องวีซ่า

พอถึงเวลาขึ้นไปรับ มีผู้หญิงก่อนหน้าเราเธอไม่ผ่านเสียใจแทนมากคะ แต่ไม่ได้ไปเสร่อว่าทำไมเขาไม่ผ่านนะค่ะ รู้แค่ว่าถ้าคนไม่ผ่านจะมีใบสีขาวแนบมากับพาสปอร์ตเลยคะ (จนาดไม่เสร่อ ยังตาไวแอบดูเจ้าหน้าที่หยิบวีซ่าของเขาในตระกร้าด้านในอีก) ตอนเจ้าหน้าที่ค้นพาสปอร์ตเรากับแฟนใจเต้นโครมคราม อย่าไปหยุดตรงมีใบสีขาวแนบนะยะ ฉันจะได้นั่งร้องไห้มันซะตรงนั้นเลยเชียว
ความคิดเห็นที่ 1
== ต่อมาเข้าเรื่องกันเถอะ เคสเรานะค่ะ ==

- ไม่มีหนังสือรับรองการทำงาน (มีร้านเล็ก เล๊กกกก ขายงานศิลปะและรับสอนศิลปะที่บ้านคะ เราคิดว่านี้คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราผ่าน เพราะอะไรเดี๋ยวจะไปแจกแจงในเรื่องเตรียมเอกสารนะค่ะ)
- มีเงินก้อนหล่นตุ๊บมาในบัญชี (ซึ่งบางคนจะกังวลเรื่องเงินก้อนตกแต่งบัญชีไรพวกนั้นคะ)
- ยื่นขอไปกับแฟน หรือ สามีที่ไม่ได้แต่งงานกันและไม่ได้จดทะเบียนสมรสคะ
-   ****   สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งถ้าใจไม่กล้า และไม่มั่นใจว่าวีซ่าจะผ่านหรือไม่คะ  คือเรายอม

  -- ซื้อตั๋วเครื่องบิน (การบินไทยบินลงปารีส กลับจากโรม ไป-กลับ 40,000 )
  
  -- จ่ายค่าที่พักในปารีสทั้งหมดคะ เพราะเราจองโรงแรม Ibis Paris Tour Eiffel ไว้ล่วงหน้าหลายเดือนมาก แล้วมันตกคืนละ 80ยูโรกว่าๆเองอ่าาาถ้าจ่ายเงินเลย เลยเอาไว้ก่อน
       ไม่รู้ระแวกนั้นจะหาของทานสะดวกหรือเดินทางสะดวกหรือไม่ ใครเคยไปพักแล้วแนะนำด้วยนะค่ะ
      ตอนแรกจะไปแบบแบคแพค นอนโฮสเทลประหยัดๆ
      แต่เพราะเป็นครั้งแรกและเนื่องจากกระทู้มิจฉาชีพมีมาให้เจอเรื่อยๆ เราเลยไม่อยากเสี่ยงเท่าไหร่คะ
      เพราะคำนวนดูแล้ว โฮสเทลสำหรับ 2 คนเพิ่มอีกนิดหน่อยก็ได้โฮเทลแล้วอ่าาา ถึงบางที่ห้องน้ำรวมก็ไม่เป็นไร ขอนอนส่วนตัวๆสักหน่อย

     ส่วนที่พักที่อื่นก็ Booking.com คะ พอจองแล้วก็อีเมลไปถามกับทางโรงแรมโดยตรงอีกทีคะ และขอให้โรงแรมออกใบรับรองให้(ที่มีโลโก้โรงแรมด้วยอ่ะคะ)
     เผื่อเอาไว้ยื่นประกอบการขอวีซ่า ซึ่งบางโรงแรมก็ใจดีมากรีบสแกนส่งกลับมาให้ทางเมล แต่บางที่ก็ไม่ได้คะก็เอาใบที่จองกับ Booking.com ไปยื่นแทน ก็ได้เหมือนกัน เราแนบไปทั้งที่โรงแรมเขียนมาให้และใบที่จองกับ Booking แนบไปด้วยกัน เจ้าหน้าที่ก็รับหมดคะ

-- ซื้อตั๋วรถไฟบางเส้นทางที่เขาให้ซื้อออนไลน์ได้แล้วคะ จากเว็บของรถไฟประเทศนั้นโดยตรงเลยคะ

      เว็บรถไฟสวิส www.sbb.ch ไม่ต้องซื้อตั๋วถ้าใครซื้อ swiss pass แต่เอาไว้เช็คเส้นทางและรอบรถคะ สะดวกหลาย
  
     เว็บที่ซื้อพวกรถไฟในฝรั่งเศคะ www.tgv-europe.com
     เราซื้อตั๋วไป-กลับ Mont Saint Michel ไว้ด้วย เลือกให้ส่งมาที่บ้านคะเพราะซื้อรวมกับรถบัสที่จะวิ่งไป Mont Saint Michel  ด้วย
     มันไม่มีให้เลือกปริ๊นเป็น E-ticket คะ ตอนนี้เลยมานั่งลุ้นกันว่าจะมาส่งถึงบ้านป่าว เพิ่งซื้อไปวันนี้เอง  จริงๆจะไม่กล้าซื้อเลยคะ แต่ต้องขอขอบคุณรีวิวของ คุณDeath คะ ที่ทำให้กล้าเลือกส่งตั๋วมาที่บ้าน   และเวลาไปกลับจากปารีส เสียเวลามากคะ แต่เพราะว่าจัดโปรแกรมอะไรเรียบร้อยซื้อที่พักที่ปารีสไว้แล้ว เลยเลือกที่จะไปกลับเอาคะ

-- เว็บรถไฟออสเตรียคะ www.oebb.at  เราซื้อไว้หลายเส้นทางเหมือนกัน ก็ปริ๊นเป็น E-ticket ได้เลย

-- เว็บรถไฟอิตาลีคะ www.trenitalia.com เว็บนี้เรารอซื้อวันต่อวันเลยคะ เหมือนเขาจะให้ซื้อล่วงหน้าได้ประมาณ 3-4 เดือน ก็ต้องนับวันเอาเลยคะ
   แล้วเวลาที่เราต้องจะซื้อ จะซื้อได้ตามเวลาท้องถิ่นเลยคะ อย่างเช่น เราจะซื้อตั๋วจาก Florence - Rome วันที่ 3 พฤษภาคม จะเดินทางเวลา 8.30
   เราก็เริ่มซื้อได้วันที่ 3 มกราคม เวลา 8.30 เวลาท้องถิ่นบ้านเขานะค่ะไม่ใช่เวลาประเทศไทย  ก็สนุกดีคะ เพราะชิงตั๋วถูกกัน
   
   และ www.italiarail.com  แต่อันนี้มีบวกเพิ่มนิดหน่อยคะ อันนี้เราเคยซื้อบางเส้นทางคะ เขาเปิดให้ซื้อได้อิงตามวันคะ ไม่ได้อิงนับตามชั่วโมงเหมือนเว็บด้านบน
   ซึ่งประเทศเราเวลาจะเร็วกว่า เราสามารถซื้อจากเว็บนี้ก่อนได้เลยคะ  

   ( งง มั๊ยอ่ะ   งง เนอะ แต่ไม่ทราบจะอธิบายยังไงดีคะ)

กรี๊ดดดดดด   ไม่ต้องถามถึงผลที่ตามมานะค่ะ เครียด มากกกกกกกกกก คะ
เพราะถ้าวีซ่าไม่ผ่านเนี๊ย พระพุทธฯ ก็ช่วยเหลือเราไม่ได้คะ
แต่อย่าลบหลู่ไป ก่อนไปขอวีซ่าเราไปสวดมนต์ไหว้พระ(แต่ไม่ได้บนบาลนะค่ะ)วัดทุกที่ที่เราผ่านเลยคะ ห้าๆๆๆ  ออกแนวเอาสิ่งศักดิ์สิทเข้าช่วย
ก็ตามความเชื่อของชาวพุทธนั้นแหล่ะคะ ก็สวดมนต์ไหว้พระขอพรกันไป
ตอบกลับความเห็นที่ 1
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 1-1
ขอถามได้มั้ยคะ คือเราจะไปยุโรปกับแฟนกังวลเรื่องขอวีซ่าเหมือนกัน ตอนนี้มาธนาคารขอหนังสือรับรองว่าแฟนเป็นผู้ซัพพอร์ตเงินเราทั้งหมด คือแฟนในที่นี้นี่แฟนจริงๆค่ะไม่ได้จดทะเบียนไม่ได้แต่งงานบ้านก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ทางสถานทูตเค้าจะโอเคมั้ยคะคือไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางราชการต่อกันเลย อยากทราบว่าของคุณขอจดหมายเรื่องแฟนซัพพอร์ตยังไงบ้างต้องเอากี่ฉบับอ่ะคะ
ความคิดเห็นที่ 2
== สิ่งที่แนบเพิ่มเติม ==

--- จดหมายแนะนำตัวคะ ว่าเราทำอาชีพอะไรอย่างไรที่ไหน จะไปเนี๊ยมีจุดมุ่งหมายอะไร
ที่ว่าเราออกจะได้เปรียบนิดนึงคือ เราเรียนจบมาทางด้านศิลปะคะ เราก็บอกเหตุผลไปคะ แล้วบ้ามากถึงขั้นถ่ายเอกสารเล่มแสดงศิลปนิพนธ์ไปยื่นด้วย (คิดว่าเขาคงไม่รับแต่เอาไปเผื่อ สรุป เอาเว๊ยเฮ๊ย ไม่ส่งคืนมาแต่อย่างใด)
และที่บอกว่าเรามีเงินก้อน ตุ๊บ เข้ามาในบัญชีเพราะว่า เราทำธุรกิจส่วนตัวคะ เงินที่ได้มาก็ไม่ค่อยจะเอาไปเข้าธนาคารเท่าไหร่ พอเก็บเงินได้ก็ ตุ๊บ หูยย เขาจะเชื่อมั๊ยเนี๊ย ตอนแรกก็กังวล แต่ก็เขียนอธิบายไปใน จม นั้นด้วยคะ ว่าเงินที่ฝากเข้ามาในบัญชีวันที่เท่านั้นนี้ มาจากไหน อย่างไร
เซนรับรองตอนท้ายด้วย

--- พร้อมแนบสำเนาสมุดบัญชีทุกหน้า ไม่แปล ไม่เซนรับรองคะ

---แนบรูปถ่ายงานที่เราทำ ใครขายของก็ถ่ายรูปหน้าร้านมาเลยคะ จัดให้ดูสวยงามน่าเชื่อถือ
แนบรูปถ่ายแฟน หรือ สามีที่ไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้จดทะเบียน (รูปคู่)

--- อ๋อ .. มีอีก มีคนแนะนำให้แนบพวก จม ที่ส่งมาที่บ้านในที่อยู่เดียวกันว่าเรารู้จักกับแฟนจริง อยู่ด้วยกัน เราไม่ค่อยมีรูปคู่คะ แต่ก็เอาๆไปตามที่มี เขาก็รับไปไม่ส่งคืน

เราเขียนอีเมลไปขอโบชัว จากแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อยากบอกว่า ประเทศออสเตรียดีมากกกกกก
เราได้ตอบกลับมาทุกที่ ในประเทศออสเตรียที่ส่งเมลไปขอ แต่ที่อื่นเงียบคะ อ๋อ มีฟรอเร้นซ์ด้วยที่ส่งมาให้ เขาจะมีใบที่เขียนชื่อที่อยู่เรา และมีลายเซนของเขาหน่ะคะ เราก็เอาพวกใบนั้นไปด้วย เจ้าหน้าที่ที่รับเอกสารเอาไปหมดคะ ไม่ดึงออกมาคืนแต่อย่างใด

--- บัตรประชาชนเขาไม่เอานะค่ะ เอาแต่สำเนาหน้าพาสปอตที่มีชื่อเรา
แต่เขาเอาบัตรข้าราชการ(อันนี้เอกสารของผู้ร่วมเดินทางนะค่ะ)ที่แปลเอง ไม่เซนรับรอง

--- จม รับรองที่แฟนหรือสามีที่ไม่ได้แต่งงานไม่ได้จดทะเบียน เขียนรับรองความสัมพันธ์ของเรา วันไปกลับว่าไปด้วยกัน และเป็นสปอนเซอร์ให้เราในเรื่องไหนบ้างก็ระบุไปคะ

--- เอกสารที่พักต่างๆ และตั๋วรถไฟที่ซื้อไว้บางเส้นทางแล้วที่บอกไปแล้ว
ตอบกลับความเห็นที่ 2
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 3
== อันนี้ข้อมูลเพิ่มเติมของผู้ร่วมเดินทางของเราเอง ==

--- ใครมีการงานเป็นหลักแหล่งก็แนบหลักฐานการงานไปด้วยคะ
--- สำหรับคนที่เป็นข้าราชกาครูนะค่ะ   เราเตรียมไปให้เขาทุกอย่างคะ คือ
   - หลักฐานกการทำงาน ระบุเงินเดือน วันไปกลับชัดเจนให้ผู้อำนวยการเซนรับรอง
   - หลักฐานสลิปเงินเดือนมีตราประทับหน่วยงานนั้นๆ
   - หลักฐานการลาไปต่างประเทษที่เขียนขออนุญาติจากผู้อำนวยการ
   - อันนี้บางท่านว่าไม่จำเป็นนะค่ะแต่เราเตรียมไปด้วยคะคือ สำเนาการขออนุญาติไป ตปท จากทางเขตก็ต้องเข้าใจกันเล็กน้อยว่าระบบราชการจะช้านิดนึงคะ บางคนขอไป ตปท จนเขากลับมาแล้ว เพิ่งมีหนังสือตอบกลับมาว่าไม่ผ่าน ก็มีคะ ( เราถ่ายเอกสารแนบไปพร้อมวงเล็บภาษาอังกฤษด้วยคะว่าอยู่ระหว่าดำเนินการ)

--- ใครมีบัตรเครดิต ถ่ายเอกสารด้านหน้าแล้วปิดตัวเลข 8 หลักท้ายไปด้วย เขาก็เอาคะไม่เห็นส่งคืนกลับมา คือก็ระบุไปใน จม ด้วยคะว่า เรายังมีบัตรเครดิตไว้ยามฉุกเฉิน และทิ้งเบอร์ที่บ้านไว้ด้วยคะ ว่าถ้าฉุกเฉินอีกจริงๆก็ยังมีคนที่บ้านนะ (แต่ก็เตี้ยมๆกับคนที่บ้านไว้ด้วยนะค่ะ เผื่อเขาเกิดโทรไปสอบปากคำ   เอ๊ย.... สอบถามค แล้วเดี๋ยวจะวุ่น แต่ของเราไม่มีใครโทรมาคะ)

--- ใครเป็นสปอนเซอร์อะไร ยังไง เขียน จม แนบไปเลยคะพร้อมเซนรับรอง
เช่นคุณแม่ คุณพ่อ คนในครอบครัวสนับสนุนเงินก้อนนึง ก็ให้เขาช่วยเขียน จม อธิบายระบุไปด้วยเลยคะ




เอกสารทุกอย่างเราทำไว้ชัดเจนเลยคะว่าไปกันสองคนนะ ที่พักระบุชื่อจำนวนคนชัดเจน ตั๋วรถไฟระบุจำนวนคนชัดเจน
เกือบลืมคะ
--- โปรแกรมการเดินทางและตารางค่าใช้จ่าย
ที่สำคัญมากอีกอย่างในการไปเที่ยวเองร่วมเดือนครั้งแรกแบบนี้คือการศึกษาหาข้อมูลคะ

เราแจกแจงไปทุกวันเลยคะว่าไปไหนๆบ้าง เราเน้นไปที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะคะ
มีคนแนะนำเหมือนกันคะว่าอยู่ปารีสแค่ 5 วันก็น่าจะพอแล้ว แต่พอเราได้หาข้อมูลว่า Paris Museum Pass มันสามารถเข้าที่ไหนได้บ้าง นอกจากสถานที่ดังๆเช่น ลูฟ แวร์ซาย นอทเธอดาร์ม  ได้ข้อสรุปว่า 10 วันที่เราอยู่ไม่เพียงพอคะ เวลาไม่พอจริงๆ แต่อันนี้ก็ขึ้นกับความพิศวาสส่วนตัวนะค่ะ ห้าๆๆๆ บางท่านไม่ชอบแนวศิลปะก็ไม่รู้จะไปดูอะไรในพิพิธภันฑ์

บางที่ก็แอบไม่บอกบางสถานที่ที่เราต้องเสีนค่าเข้าคะ เพราะตัดเรื่องค่าใช้จ่ายไปไม่ให้ดูมากเกินไป ฮิฮิ  แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานที่สอดคล้องกับที่ที่เราจองตั๋วไว้ด้วยนะค่ะ
ตอบกลับความเห็นที่ 3
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 4
= สุดท้ายก็อยากจะแนะนำสำหรับมือใหม่หัดเที่ยวเหมือนเรานะค่ะ=

เราอ่านรีวิวเยอะมากกกกกกกกกก ทั้งรีวิวที่มีคนใจดีมาเขียนไว้และรีวิวของฝรั่งและหาจากเว็บของสถานที่นั้นๆโดยตรง

อยากแนะนำว่าควรจะศึกษาก่อนนะค่ะ พยายามศึกษาก่อนที่จะมาตั้งกระทู้ถามลอยๆคะ (เพราะเราก็เคยเป็นแบบนั้น เอิ๊กๆ) แหม๋ มันไม่รู้จริงๆนี้คะว่าจะเริ่มจากตรงไหนนี้นา มาตั้งกระทู้ถามครั้งแรกก็เจอคนมาตอบเอาซะหงายเงิบไปซะ

เราจะศึกษาจากโปรแกรมการเดินทางของทัวร์คะ ว่าเขาเดินทางจากประเทศไหนไปประเทศไหน มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรน่าสนใจบ้าง เส้นทางมันจะไม่วกวนไปมาคะ (แต่เส้นทางเราวกวนเพราะเอาออสเตรียเข้ามาด้วย ทราบคะ แต่แรงปราถนามันมีมาก ครั้งแรกฉันขอไปมันทุกทีเลยแล้วกัน สำหรับเราไม่ได้ไปง่ายๆเลย ไม่รู้จะได้ไปอีกเมื่อไหร่ )
หลังจากได้โปรแกรมคร่าวๆแล้วว่าเราจะไปประเทศไหนๆบ้างก็เริ่มค้นกระทู้รีวิวเลยคะ เยอะแยะมาก
เสิทจากกูเกิลแล้วพิมพ์ต่อท้ายว่า pantip ก็ได้ ตรึม...

อันไหนที่ไม่มีรีวิวที่คนไทยแชร์ประสบการณ์เลยยยจริงๆ เราใช้วิธีอ่านจากฝรั่งนั้นแหล่ะคะ เสิร์ทๆในกูเกิ้ลแล้วศึกษาเอา ค่อยๆแปลแล้วเราจะเข้าใจเองจริงๆคะ
ไม่ใช่อะไรนะค่ะ เวลาคุณๆเข้ามาตั้งกระทู้ถาม แล้วไม่มีคนมาตอบนี้ บางคนก็จะบอกไปซะว่าหูยไรว๊าไม่มีคนช่วยเลย ไม่มีน้ำใจ (แต่จริงๆสถานที่เราอยากไปมันก็หลืบไปเองนี้นา เขาไม่ไปกันหรือไปกันน้อย ) อันนี้เราเข้าใจจริงๆคะเพราะเราผ่านตรงนี้มา

เราเคยคะ ประเภทไม่รู้จะหาข้อมูลภาษาไทยที่ไหน ก็มาตั้งกระทู้ถามลอยๆ ก็เงิบไปเมื่อมีคนมาตอบว่า
' ฉันเห็นข้อมูลใน กูเกิ้ล ทำไมคุณไม่ไปหาด้วยตัวเอง '
ป่อย อ๊อยๆๆๆ  ด้วยความสัตย์จริงคะ เราทำเช่นนั้นไปเพราะเราไม่เก่งภาษาอังกฤษถ้าเราเก่งภาษาเราคงพึ่งคุณกูเกิ้ลไปนานแล้ว แต่ก็อยากจะมาสอบถามก่อนเผื่อมีคนเคยไปบ้าง
แต่ก็นั่นแหล่ะคะ เลยได้ค้นเอาเอง ก็เออ เว๊ย ... ค่อยๆแปลไป ทำความเข้าใจไป มันก็ได้เองแหล่ะแถมได้รู้ข้อมูลลึกด้วยนะ

เราไม่ได้อยากพาดพิงใครนะค่ะ แต่คนที่ตอบถ้าเอาใจเขามาใส่ใจเราสักหน่อยว่า เขาไม่เคยไปมาก่อนเลยในชีวิต เขาไม่ทราบจริงๆว่าจะเริ่มตรงไหน ก็กรุณาช่วยหาถ้อยคำที่จะพิมพ์ตอบเขาดีๆสักหน่อยเถอะคะ เพราะภาษาพิมพ์มันก็ห้วนๆ ในขณะที่จริงๆแล้วคนตอบอาจจะไม่ได้คิดจะตอบแบบนั้นเลย หรือไม่ก็ปล่อยเลยไปซะก็น่าจะดีกว่าคะ

= สุดท้ายจริงๆอีกหนเรื่อง   ภาษา  คะ  =
ด้วยความจริงยิ่งกว่าจริงคะ
เราแทบไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย เราเขียนภาษาอังกฤษเป็นประโยคถูกหลักไวยากรณ์ไม่ได้ ต้องใช้พี่กูเกิ้ลช่วยบางครั้ง ( แฮ่....ไม่อยากจะบอกว่าเอกสารทุกอย่างที่เราต้องทำเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดก็เขียนเอาเองทั้งนั้น ผิดๆถูกๆ แต่พี่เจ้าหน้าที่เขาอ่านแล้วก็ไม่เห็นจะส่งคืนมาให้ไปแก้เลยคะ เขาก็รับไปหมด)
เลยคิดว่า ถ้าต้องการอะไรในระหว่างอยู่ที่นั้น อย่างน้อยๆตรูก็เรียนศิลปะมาหล่ะว่ะ วาดให้ดูซะเลย หรือไม่ก็ภาษามือนั้นแหล่ะ
บางครั้งเราเจอฝรั่งพูดมาก็อึ้ง นิ่งไป แล้วกว่าจะหาถ้อยคำออกมาพูดตอบได้ ยากมากกกกกกก
แต่เรามั่นใจคะว่าเราเตรียมแผนเดินทางศึกษาไปดีๆก็มีชัยไปแล้วกว่าครึ่ง แล้วก็หาเบอร์โทรคนที่จะช่วยเราได้ และเตรียมแผนสำรองดีๆเผื่อเอาไว้คะ

และที่สำคัญมากๆคือ หัวใจที่มันอยากจะไปอะไรก็ไม่กลัวคะสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ไม่งั้นไม่กล้ายอมจ่ายทั้งหมดไปนั้นหรอก
แต่ก็ขอเตือนอีกรอบคะ เอกสารทุกอย่างต้องสอดคล้องกันนะค่ะ เราอุดช่องโหว๋ทุกอย่างที่คิดว่าเขาจะสงสัยเราอ่ะคะ และอธิบายความจริงดีที่สุด

บ่นเยอะมากกว่าสาระ ขอจบการแชร์ประสบการณ์ไว้เพียงเท่านี้จะดีกว่าคะ
ขอบคุณผู้ที่อดทนตามอ่านทุกท่านค๊าาาาาา
ตอบกลับความเห็นที่ 4
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 5
ดีใจด้วยนะคะ  และขอให้เที่ยวให้สนุกนะคะ
เราเคยตอบกระทู้บ่อย ๆ อยู่ว่า ถ้าแสดงหลักฐานให้ชัดเจน (ยิ่งถ้าเราหาข้อมูลมาเอง เราจะชัวร์มาก) ถ้ามีอะไรนอกเหนือจากความคาดหวังที่สถานทูตต้องการ เช่นแบงค์มีเงินอยู่แค่สองหมื่น แต่คุณชัวร์ ๆ ว่าคุณมีเงินไปเที่ยว เขียนจดหมายแนบ ให้เคลียร์ ก็ไม่มีปัญหา
อาจไม่มีเงินนอนในแบงค์ หกเดือนย้อนหลัง แต่อยู่ดี ๆ ถูกหวย ก็บอกไป ได้โบนัสอะไรก็บอกไป (พร้อมหลักฐาน)
สำหรับคนที่บอกว่า เงินในแบงค์ไม่ใช่ปัญหาแต่เขาดูเงินเข้าออก ความมั่นคงของหน้าที่การงาน อันนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะได้เสมอไปนะ มันแล้วแต่คนจริงๆ
ตอบกลับความเห็นที่ 5
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 6
ยินดีด้วยค่ะ  อ่านแล้วรู้สึกถึงความตั้งใจจริงมากๆ

มีแผนไป Giverny บ้าน Monet ,เมือง Rouen รึเปล่าคะ  ค่อนข้างชอบมากเลย  

สวนบ้าน Monet เหมือนหลุดเข้าไปในรูปเลยค่ะ [Japanese bridge] ลองหาข้อมูลดูนะคะ  

เป็นเดย์ทริปจาก Paris ได้สบายๆ

ขอให้เที่ยวให้สนุกนะคะ  
ตอบกลับความเห็นที่ 6
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 7
จริงๆ หลักการขอ Visa ไม่มีอะไรครับ มันก็คือการทำให้ทางนั้นมั่นใจว่าคุณไม่ Robinhood แน่ๆ (ซึ่งพี่ไทยเราโด่งดังเรื่องนี้มาก ไปสร้างชื่อเสียไว้ทั่วโลก) ดังนั้นอะไรที่เพิ่มความมั่นใจให้ทางนั้นได้แนบได้ก็แนบไปครับ

แต่วิธีของคุณ จขกท ก็ดูออกจะเสี่ยงๆ นะครับ พวกประเภทซื้อตั๋วล่วงหน้าแล้วเอาตั๋วจริงมายื่น เพราะถ้าไม่ผ่านก็เงินสูญหมด รอบหน้าแนะนำให้จองตั๋วไว้เฉยๆ ยังไม่ต้องจ่ายเงิน แล้วเอาใบจองมายื่นดีกว่าครับ
ตอบกลับความเห็นที่ 7
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 8
เราอ่านไปตื่นเต้นแทนจขกท ด้วย อิอิ
เราก็ชอบเขียนจดหมายแนบค่ะ เพราะมันอธิบายอะไรได้เยอะจริงๆ เพราะถ้าไม่แนบคนออกวีซ่าอาจจะไม่รู้ เพราะเป็นอาจจะเป็นคนละคนกะคนที่สัมภาษณ็

ขอให้เที่ยวให้สนุกนะคะ
ตอบกลับความเห็นที่ 8
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 9
ขอบคุณคุณ Freedom of Life ,คุณ vertical limit , คุณน้ำค้างในยามเช้า ,คุณRed Blood

เรื่องตั๋วที่ซื้อไปทั้งหมด รู้ตั้งแต่แรกแล้วคะว่าเสี่ยงมาก ไม่มีใครที่ไหนในกระทู้ให้ทำเลย
แต่ก็ยังจะทำเอง  งึมมมมมมมม
ไม่ใช่อะไรนะค่ะ เหตผลแค่เพียงเพราะว่าซื้อล่วงหน้าแล้วมันถูกคะ มันถูกลงมากในหลายๆอย่าง แง่ววววว
แล้วช่วงนั้นเหมือนจะอ่านเจอมีเคสแบบว่า สถานทูตเอาวีซ่าเราไปดองแล้วได้เล่มคืนช้าไรงี้อ่ะคะ
เลยยิ่งขึ้นสมองเข้าไปใหญ่ กลัวถ้าเราเป็นหนึ่งในนั้นจะตระเตรียมอะไรไม่ทัน  เลยตัดสินใจ เอาฟร่ะ เอาก็เอา...

พอทำไปก่อนขอวีซ่าเลยอยู่สถานะแบบนี้
ตอบกลับความเห็นที่ 9
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 10
ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ
ดิฉันแค่อ่านคร่าว ๆ ถึงการเตรียมการ ก็ให้ผ่านแล้วค่ะ

หลักการของการให้วีซ่าท่องเที่ยว มีง่าย ๆ เองค่ะ  คือ
เขาต้องการคนไปใช้จ่ายเงิน ไปเที่ยวแล้วกลับบ้าน

ปัญหาที่คนขอแล้วไม่ผ่าน  ก็เพราะไม่เข้าหลักข้างบน เอกสารส่อพิรุธ
ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ หรือเรื่องการเงิน ถ้ามีหลักฐานการอยู่ด้วยกัน  หรือการเงินเข้าออกไม่ส่อพิรุธ ก็ไม่มีปัญหาในการขอวีซ่าเลยค่ะ  ยิ่งคู่ชีวิตมีการงานเป็นหลักแหล่ง ก็ยิ่งดี

ขอให้ท่องเที่ยวให้สนุก และที่สำคัญคือ เดินทางปลอดภัยค่ะ
ตอบกลับความเห็นที่ 10
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 11
ดีใจด้วยจร้า ของเรารอต่อไป ตอนนี้อิตาลี ช้าเพราะท่านกงสุลไม่อยู่
ตอบกลับความเห็นที่ 11
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 12
ยินดีด้สยค่ะ เที่ยวให้สนุกนะคะ
ตอบกลับความเห็นที่ 12
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 13
ยินดีด้วยค่ะ
ขอให้ไปเที่ยวให้สนุกนะคะ
แนะนำโบสถ์หัวใจศักดิ์สิทธิ์ หรือ  Basilique se Sacre Coeur นะคะ สวยมากจริงๆ
ไม่เก็บค่าเข้าด้วย ให้ไปทำบุญในนั้นแทน
ตอบกลับความเห็นที่ 13