เทคนิค วิธีการเก็บเอกสารที่สำคัญเวลาเดินทางไปต่างประเทศ

ผมไม่ทราบว่าเคยมีท่านใดมาแนะนำไว้บ้างหรือยัง  แต่สำหรับผม ที่เดินทางไปต่างประเทศอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง ทุกๆปี ในรอบ10 ปีมานี้ ขอมาแนะนำวิธีการเก็บเอกสาร และข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญกับตัวเรา เมื่อเกิดเหตุการณ์กระเป๋าหาย ไม่ว่าจะกรณีใดๆ เรายังสามารถมีข้อมูลอยู่

1. ถ่ายเอกสารหน้า Passport ที่มีรูปของเรา วันเดินปีที่หมดอายุ และ หน้าที่มีVisaของประเทศที่เรากำลังเดินทางอยู่ หาที่เก็บแยกไว้จาก Passportตัวจริง กรณีPassport หายยังมีตัวถ่ายเอกสาร พร้อมVisa หรือ saveเป็น file แล้วส่งไปเก็บไว้ใน E mailก็สะดวก เรียกดูได้ทุกที่ในโลก
2. บัตรเครดิตต่างๆที่เรานำไปใช้ Save เลขที่บัตร ชื่อ บัตรเครดิต  รวมถึง Hotline ที่ติดต่อได้ กรณีบัตรหาย แล้วส่งไปไว้ในE mailของเรา  เราสามารถเรียกดูจากE mailได้ทุกที่ในโลกจะได้อายัดทันท่วงที  ถ้าบัตรเกิดหายไป และสะดวกที่จะขอออกบัตรใหม่ (เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องขอขยายความการsave ข้อมูลของผมนิดนึง ผมจะทำแบบง่ายๆไม่ต้องไปScanหรืออะไรให้เยอะแยะ  แค่พิมพ์ใส่office word แล้วส่งไปไว้ในE mail ส่วนของบัตรเครดิตเราเอาแค่เลขที่บัตร วันหมดอายุ  โดยเราจะไม่ไปลงเลขDigit Code ด้านหลังบัตร  เผื่อกรณีเราเป็นบุคคลสำคัญจะโดน Hack E mail ก็จะไม่มีใครทำอะไรได้)
3.กระเป๋าสตางค์รวมทั้งPassport ควรเก็บไว้กับตัวด้านหน้า ที่ีสามารถ สัมผัสได้ตลอดเวลา ห้ามใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลังเป็นอันขาด และไม่ควรนำเงินสดติดตัวไปจำนวนมาก
4.ทำประกันภัยการเดินทางเอาไว้ก็ดี จะช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้างกรณีของหายไป

หวังว่าคงจะเกิดประโยชน์บ้างครับ
ความคิดเห็นที่ 1
เครทำบัตรเครดิตหายค่ะ ตกใจมาก แต่ยังดี ที่จำหน้าบัตรเครดิตได้  เลยให้พี่ โทไปอายัด ให้เรียบร้อย
ตอบกลับความเห็นที่ 1
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 2
ทำแบบนี้เหมือนกัน
ใบจองโรงแรม ใบจองต่างๆ วีซ่า พาสปอร์ต ทำสำเนาแล้วเก็บไว้ใน Ipad ส่งอีเมลหาตัวเอง เก็บในมือถือ กอปปี้ไว้ในกระเป๋าเดินทาง แล้วอีกชุดก็ใส่ไว้ในเป้ติดตัว เคยมีคนหาว่าบ้า แต่ถ้าเกิดชุดใดชุดหนึ่งหายไปจะได้มีสำรองเลยไม่แคร์คนพูดคนอื่น

ส่วนพาสสปอร์ตตัวจริงจะเอาใส่ในกระเป่ากางเกง เพราะเป็นคนนิสัยชอบเดินล้วงกระเป๋าอยู่แล้ว หายปุ๊ปรู้ปั๊ป
ตอบกลับความเห็นที่ 2
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 2-1
เราว่าไม่บ้านะ... เพราะเราก็ทำเหมือนคุณเลยค่ะ 55555

คิดว่าถ้าเอกสารหายตอนอยู่ต่างประเทศ น่า่จะยุ่งยากกว่าเยอะ
ความคิดเห็นที่ 2-2
ทำแบบเดียวกันเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
scan แล้วส่งเมลล์เก็บไว้
มีปัญหาก็ print มาใหม่ได้ทุกที่ทั่วโลก
.....
ตอบกลับความเห็นที่ 3
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 4
เราก็ทำ   แต่ไม่เคยเอาข้อมูล  เบอร์ hotline ของบัตรเครดิตเก็บไว้ในเมลล์    เดี๋ยวต้องเก็บเพิ่มเติมละ

แต่ที่ทำเพิ่มจาก จขกท  ก็คือ
เรามีรูปถ่ายหน้าตรง ขนาดทำเป็นไฟล์ 1 นิ้ว 2 นิ้ว  เก็บไว้ในเมลล์ด้วย   
กรณีจำเป็นต้องทำพาสปอร์ตใหม่  กรณีฉุกเฉิน บางที่ใช้แค่รูปถ่าย  ก็จะสามารถ print ออกมาได้เลย  
ถ้าไม่สามารถหาร้านถ่ายรูปได้จริง ๆ (แล้วในบางที่ร้านขายกระดาษ print ภาพ อาจจะหาได้ง่ายกว่าร้านถ่ายรูป)
ตอบกลับความเห็นที่ 4
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 5
รอบคอบมากๆ เราแค่ถ่ายสำเนาเฉยๆ เอง
ตอบกลับความเห็นที่ 5
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 6
ลอกๆๆๆๆ
ตอบกลับความเห็นที่ 6
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 7
ขอบคุณมากครับ ผมอยู่ต่างประเทศมาสามปีไม่เคยทำแบบที่ จขกท ว่าเลย ต้องรีบไปทำด่วนแล้ว ขอบคุณครับ
ตอบกลับความเห็นที่ 7
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 8
การเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ในเมลก็ใช่จะปลอดภัยนะคะ  เดี๋ยวนี้ hacker เก่งจะตาย  เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยโดนแฮ็กบัญชีอีเมลกันมาบ้าง

ส่วนตัวจะเก็บไว้ในโน้ตบุ๊กที่ใช้เดินทางประจำด้วย ใส่ในพวก flash drive ด้วย ส่วนพวกเอกสารหรือพาสปอร์ต  กระเป๋าสตางค์ ฯ จะใส่ไว้ในกางเกงที่มีกระเป๋าข้าง (เวลาเดินทางจะเลือกใส่กางเกงแบบนี้เท่านั้น)  ติดตัวตลอดเวลา นึกออกก็แตะๆ คลำๆ บ้าง แต่ไม่ถี่จนให้เป็นที่สังเกต


ตอบกลับความเห็นที่ 8
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 8-1
แล้วถ้า แฟลชไดร์ฟ กับ โน้ตบุค หายล่ะคะ 5555555
ความคิดเห็นที่ 8-2
ถ้า flash drive หายยังพอเป็นไปได้ค่ะ  แต่โน้ตบุ๊กคงไม่เพราะแพงเกินกว่าจะยอมให้หาย

ถ้าเรามีสติตลอดเวลา  ไม่เอาเอกสารสำคัญหรือกระเป๋าสตางค์วางเปะปะ เก็บให้เป็นที่เป็นทาง ก็ไม่น่าจะหายค่ะ


ความคิดเห็นที่ 9
ไม่เคยคิดถึงกอปปี้พาสปอรตเลย ขอยืมวิธีไปใช้ด้วยนะคะ
ตอบกลับความเห็นที่ 9
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 10
1. บัตรเครดิต
ผมจำหมายเลขและวันหมดอายุรวมทั้ง CCV ได้ ดังนั้นก็เลยไม่ต้องสำเนาไว้

2. บัตร ATM
ผมจำกัดให้ถอนได้วันละไม่เกิน $100 ทุกใบ (บางธนาคารก็กำหนดเองได้ บางที่ก็ใช้วิธีโอนเงินไปอีกบัญชีนึงที่ ATM ไม่ได้ผูกอยู่กับ ATM ถ้าโดนขโมยไปก็จะโดนถอนไม่เกิน $100 หรือตามเงินที่มีในบัญชีในขณะนั้น (ซึ่งผมก็ใส่ไว้ไม่เกิน $100 นั่นแหละในใบที่ถอนจาก ATM ได้)

3. Passport + Visa
ผมสแกนใส่อีเมล์ + เซฟเป็นไฟล์ใส่มือถือ แล้วก็ถ่ายสำเนาย่อเล็กๆ ไว้ในกระเป๋าตังค์ด้วย ตัวจริงก็เอาไว้ในเป้ที่หลัง แต่เอาไว้ช่องในสุดที่ติดกับหลังเรา

4. บัตรอื่นๆ เช่น YHA Card ใบขับขี่
สแกนใส่เมล์ + เซฟเป็นไฟล์ใส่มือถือ แล้วก็ถ่ายเอกสารไว้ในกระเป๋าตังค์

5. หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินต่างๆ
ผมเซฟใส่อีเมล์ + เซฟเป็นไฟล์ใส่มือถือ แล้วก็ปรินท์ย่อเล็กๆ ไว้ในกระเป๋าตังค์ด้วย

6. กระเป๋าตังค์
ถ้ากางเกงมีกระเป๋าหน้า ถ้าใส่ได้ก็ใส่กระเป๋าหน้า แต่ถ้าไม่ได้ ก็ใส่เป้ แต่เอาไว้ช่องในสุดที่ติดกับหลังเรา

7. เอกสารการเดินทางต่างๆ
ผมเซฟใส่อีเมล์ + เซฟเป็นไฟล์ใส่มือถือ แล้วก็ปรินท์ใส่เป้ไว้เวลาใช้ก็จะได้หยิบได้ง่าย

8. อีเมล์ - ใช่ อีเมล์
ปกติผมจะเช็คเมล์โดยโหลดใส่เครื่องคอมที่ติดตัวไปด้วย หรือระหว่างวันก็ดูจากมือถือ แต่ถ้ามันไม่สามารถใช้จากคอมตัวเองหรือมือถือได้ ผมจะไม่ใช้อีเมล์ของจริงในเครื่องสาธารณะเด็ดขาด ผมใช้วิธีสร้างดัมมี่ขึ้นมา แล้วก็ Forward อีเมล์จากตัวจริงไปที่ตัวสำรองนี้และเข้าใช้จากตัวสำรองแทน ถ้าซวยโดนแฮคไป ก็จะเสียเฉพาะตัวสำรอง ตัวจริงก็ยังปลอดภัย

วิธีการสร้างอีเมล์สำรองสำหรับใช้นอกบ้านป้องกันการโดนดักจับรหัสผ่าน
http://aussiethai.com/educationview.php?tid=387

9. เอกสารทุกอย่าง ผมจะเซฟใส่ Flash Drive ไว้รวมทั้งรูปที่ถ่ายด้วย ทุกวันหลังจากเที่ยวเสร็จ ผมจะกลับมาย้ายรูปจากซิมกล้องมาลงไว้ในคอม แล้วก็ทำ Backup ไว้ใน USB ด้วย ถ้าเกิดซวยคอมหายขึ้นมาจะได้มีสำรอง - Credit Card/ATM/Passport/Visa หาย ยังติดต่อทำใหม่ได้ แต่ถ้ารูปถ่ายหายนี่ร้ายแรงที่สุดเพราะชีวิตนี้ทั้งชีวิตอาจจะไม่ได้กลับไปถ่ายอีกแล้วก็ได้

10. เรื่องประกัน ผมไม่เคยทำประกันของหายเลยเพราะผมไม่ได้พกของมีค่ามากนัก จะเน้นไปทางประกันอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยมากกว่า เพราะของหายมันราคาไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเข้าโรงพยาบาลในต่างประเทศอาจหมดตัวได้
ตอบกลับความเห็นที่ 10
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 11
ขอคำแนะนำเกี่ยวการทำประกันอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย ในต่างประเทศด้วยค่ะ
ตอบกลับความเห็นที่ 11
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 12
ที่เคยทำประกันระหว่างเดินทางก็มีบริษัท  bupa...axa..signa..
เบี้ยประกันใกล้เคียงกันขึ้นอยู่กับ  ระยะเวลาคุ้มครอง...ระยะทางของการเดินทางใกล้ไกลแค่ไหน...คุ้มครองอะไรบ้าง
ส่วนมากจะซื้อแบบคุ้มครองการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และการสูญหายของทรัพย์สิน  ลองติดต่อดูครับ
ตอบกลับความเห็นที่ 12
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 13
Scan บัตรเครดิตแล้วเก็บไว้ใน email อันตรายมากกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นะครับ โดยเฉพาะถ้า scan ทั้งหน้าบัตรและหลังบัตร

เนื่องจาก Email โดน hack ง่ายกว่าบัตรเครดิตโดนขโมยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ครับ

ถ้าคิดจะทำจริง แนะนำว่าให้ scan ****เฉพาะหน้าบัตรเท่านั้น**** หรือถ้าเป็นไปได้ Scan แล้ว zip ใส่ password ไว้แล้วค่อยเก็บไว้ใน email จะปลอดภัยกว่ามากครับ
ตอบกลับความเห็นที่ 13
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 14
สแกนแล้วลบตัวเลขท้ายสี่หลักกับ CCV ออกก็ได้ครับ จำเอาแค่นั้น
ตอบกลับความเห็นที่ 14
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 15
ควรมีเงินฉุกเฉินเหน็บไว้ตามกระเป๋าเดินทางบ้างก็ดีค่ะ ใครคิดว่าไม่สำคัญ เราเคยต้องงัดออกมาใช้มาแล้ว ถ้าไม่มีเรากลับบ้านไม่ได้เลยคราวนั้น
ตอบกลับความเห็นที่ 15
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 16
ถ้า email โดนhackเขาจะได้ไปทุกิย่างเลยนะคะ อันตรายมาก แนะนำ application " 1Password"ค่ะลองไปโหลดดู free ค่ะ
appนี้ช่วยจำpasswordยากๆ และทุกอย่างในกระเป๋าตัง หรือไม่ว่าจะเป็นเลขที่เอกสารสำคัญ ๆเช่น passport และสามารถเก็บfile scan ต่างๆได้ด้วย
เมื่อกระเป๋าหาย หรือลืม password บางอย่างก็หา internet เพื่อ log in เข้าไปหาดู ค่ะ
ตอบกลับความเห็นที่ 16
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 17
เราทำเพิ่มเติมอีกนิด คือจะจดหมายเลขเอกสารสำคัญทั้งหมด และข้อมูลอื่นๆทุกอย่าง รวมทั้งหมายเลขการจองโรงแรม และทุกอย่าง เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน เบอร์สถานทูตทุกเมืองที่จะไปเที่ยว  เบอร์โทรญาติที่ไทย และถ้ามีใครรู้จักในประเทศที่ไปด้วย  ทั้งหมดอยู่บนกระดาษ เอ4 แผ่นเดียว  พับใส่กระเป๋าเงินหรือที่ไหนที่หยิบได้ง่าย  ซึ่งใครได้ไปก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะ password ก็ใช้ระบบแปลงก่อน

ข้อดี คือ เมื่อต้องกรอกเอกสาร หรือ ไปเช็คอิน ก็ไม่เคยต้องรื้อเอกสารให้ยุ่งยาก กระดาษแผ่นเดียวทำได้หมดทุกอย่างเลย
ตอบกลับความเห็นที่ 17
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 18
สแกนเอกสารผู้ร่วมทริปทุกคนเก็บไว้ใน email และ cc เพื่อนร่วมทริปทุกคน
คนใดคนนึงทำหาย คนในทริปก็จะมีของทุกคน
พร้อมทำสำเนาเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทางใหญ่ไว้ตะหาก
ตอบกลับความเห็นที่ 18
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 19
ทำทุกอย่างที่ จขกท เขียนไว้
ยกเว้น ทำประกัน ไม่เคยทำเลย

-ส่วนข้อมูลเรื่องบัตรนี่ สามีทำเป็นไฟล เก็บเข้า แลปท้อป กับ server ที่บ้าน ไม่ได้เก็บใน email ก็จะเช็คได้ ทุกเวลาถ้าจำเป็น
และ statement ทุกเดือนเป็น e-statement หมด และสามารถ เอา statement มาโชว์ที่สนามบิน ตอนเช็คอิน (เพราะวันนั้นลืม เอาบัครที่จองตั๋วมาด้วย เลยต้องเอามาให้ จนท ดูว่า เป็นบัตรของเราจริง) ตรวจและสั่งจ่ายได้ เมื่อจำเป็น (ช๊อปเพลินวงเงินเต็ม....555)
-เงินสด แยกเก็บ ใส่ กระเป๋า carry on และที่ตัว กระจาย ทุกคนหากไปกันหลายคน
ตอบกลับความเห็นที่ 19
   
  
 
 
   

   
  
 
 
   
กระทู้ข้างเคียง