[CR] Japan Review มุมมองใหม่ๆ ที่ไม่คาดฝันว่าจะได้มาเจอ...และฉันจะกลับไปหาเธออีกแน่นอน

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ สมาชิกชาวโลกสีฟ้า กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกในการ Review ของเจ้าของกระทู้ หลังจากกลับจากการไปผจญภัยในญี่ปุ่น 8 คืน 9 วัน โดยไปกันแบบไม่ง้อทัวร์ ไปกันเองแบบสองสามี ภรรยา เพื่อฉลองครบรอบแต่งงาน 4 ปี ในประเทศในฝันของทั้งคู่ ^__^ ซึ่งก่อนไปได้ทำการบ้านสำหรับการเดินทางครั้งนี้ไปพอสมควร โดยแหล่งข้อมูลใหญ่ที่ได้มา ก็มาจากมิตรภาพ การแบ่งปัน และความช่วยเหลือของเพื่อนๆ ใน Blue planet นี่แหละค่ะ ก่อนที่จะ Review ต้องขอขอบคุณมาเป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ช่วยเหลือและให้ข้อมูลที่ช่วยเติมเต็มความฝันเจ้าของกระทู้ให้เป็นจริงขึ้นมาค่ะ

คุณ Inkking : สำหรับน้ำใจในการไปจองตั๋ว Fujko F FujiO Museum ล่วงหน้าให้ หลังจากเจ้าของกระทู้มาโพสหาคนไปเที่ยวญี่ปุ่น ช่วยจองตั๋วล่วงหน้าให้หน่อย เพราะกลัวเต็ม ซึ่งคุณ Inkking ก็ไปจองให้จริงๆ แถมออกเงินค่าตั๋วให้ก่อนอีกต่างหาก และหลังจากกลับมายังมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในการ Shopping อีกต่างหาก ซึ้งใจจริงๆ ค่ะ ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ทำให้เชื่อเรื่องมิตรภาพในโลกไซเบอร์นั้นมีอยู่จริง

คุณติวเตอร์ตู่ : สำหรับยาชุดสาหรับแก้อาการแก้มึนงง ... การจองตั๋ว / จุดขึ้นรถ / แผนที่ / พาส ** ใน Hakone-Gotemba- Kawa ที่ทำให้เจ้าของกระทู้ไปเจอฟูจิซัง กับ ใบไม้แดงที่สวยสุดยอดค่ะ

คุณ Sky Box และ คุณ teddy bear in the box : สำหรับพิกัด ในการซื้อของเล่นให้หลานสาวสุดที่รัก ซี่งหากไม่ได้มาคงทำเขาผิดหวังน่าดู และสุดท้ายก็ได้มาจริงๆ ค่ะ

และยังอีกหลากหลายกูรู ที่ขอบคุณไม่หมดจริงๆ แต่เอาเป็นว่าทุกท่านมีส่วนที่ทำให้ฝันของคนคู่นึง ได้เป็นจริงแบบสวยงาม และน่าจดจำที่สุดเลยค่ะ....

ความคิดเห็นที่ 1
เริ่มจากโปรแกรมการเดินทางก่อนนะคะ ซึ่งเราสองคนคุยกันว่า เราอยากเที่ยวแบบสบายๆ มีเวลาได้นั่งชิวๆ สัมผัสบรรยากาศ ของบ้านเมือง และวัฒนธรรมของเขา และอีกอย่างคุณสามีเป็น Artist ชอบสเก็ตภาพ อยากมีเวลาได้นั่งวาดรูปบ้าง โปรแกรมจึงออกมาเบา ๆ แบบนี้

วันที่ 1 เดินทางไปถึงตอนบ่ายๆ เช็คอินเข้าโรงแรม เราเลือกพักที่ Hotel Sardonyx ที่ Ueno ค่ะ คืนละ 3,000 กว่าบาท ห้องเล็กหน่อย แต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และการเดินทางสะดวกสบายค่ะ โรงแรมใกล้รถใต้ดินมากๆ และ สามารถนั่งรถไฟ Keisei จากนาริตะมาถึง แล้วเดินอีกหน่อยเท่านั้นค่ะ

วันที่ 2 เดินเล่นวัด อาซากุสะ ตึกเบียร์อาซาฮี ฮาราจุกุ และวัดเมจิจิงกุ

วันที่ 3 ไป Fujko F FujiO Museum ช่วงเช้า และช่วงบ่ายโตเกียวทาวเวอร์ และรปปงหงิ
( 2 วันที่ผ่านมาเราอยู่ในโตเกียวตลอด เลยซื้อ Pass Tokyo Metro 2 วัน จากสนามบิน คุ้มมากๆ ค่ะ)

วันที่ 4 เช็คเอาท์จากโรงแรม ไป Hakone และต่อรถไป Kawaguchiko และค้างคืนที่โรงแรม Kawaguchiko Station Inn อยู่ใกล้สถานีมากค่ะ สะดวก แต่ต้องอาบน้ำห้องน้ำรวมนะคะ

วันที่ 5 เที่ยว Kawaguchiko ทั้งวัน นอน Kawaguchiko

วันที่ 6 กลับโตเกียวช่วงบ่าย กลับมานอนที่ Hotel Sardonyx

วันที่ 7 เที่ยว Akikabara, Ginza

วันที่ 8 ไป Kamakura

วันที่ 9 เดินเล่น Shopping Ueno แล้วเดินทางกลับไทย 6 โมงเย็น


ตอบกลับความเห็นที่ 1
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 2
ขออนุญาตปาดๆๆๆครับ

เตรียมเสื่อปูรอ ดูรูปสวยๆ

................


ตอบกลับความเห็นที่ 2
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 3
เริ่มจากความฝันของเราทั้งคู่ ที่หากได้ไปญี่ปุ่นที่หนึ่งที่ต้องแวะไปแน่นอน คือ Ghibli Museum และ Fujko F FujiO Museum เพราะเป็นคนชอบการ์ตูน ถึงแม้จะอายุอานาม ปาเข้าไปไม่น้อย แต่มันก็เป็นความฝันที่อยากให้มันบรรลุซักครั้ง แต่เสียดายว่าช่วงที่ไป Ghibli Museum ปิดปรับปรุงพอดี และได้ความช่วยเหลือในการจองตั๋วล่วงหน้าของคุณ Inkking เลยได้ไปที่ Fujko F FujiO Museum หรือพิพิธภัณฑ์โดเรมอนที่เป็นการ์ตูนในดวงใจของใครหลายๆ คน ที่เดียวค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 3
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 4
คุณลอยล่องคนเดียว : ยินดีค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ต้น ดีจังเลยค่ะ
.................................

อ้อ ลืมบอกไป เจ้าของกระทู้ขออนุญาตไม่รีวิวช่วงที่อยู่ในโตเกียวนะคะ เพราะสถานที่ก็จะซ้ำๆ กับเพื่อนๆ ที่เคยมารีวิวแล้ว แต่บรรยากาศก็สวย และน่าประทับใจไม่น้อยค่ะ

มาต่อกันที่ Fujko F FujiO Museum นะคะ สำหรับบัตรเข้าชมก็ 1000 Yen โดยจะต้องนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานี Noborito แล้วต่อรถบัส 200 Yen เข้าไป ขนาดเป็นวันธรรมดาเด็กๆ ยังมากันเยอะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นคนญี่ปุ่นที่เป็นพ่อแม่ พาลูกๆ ไป มีแต่ลุงป้า 2 คนไทยนี่แหละค่ะ ที่ไม่มีเด็กๆ ไปด้วย แต่ดี๊ด๊า ตื่นเต้น ถ่ายรูปกันเหมือนลืมอายุยังไงยังงั้น :P

รถบัสที่ไปวันนี้ค่ะ รถคิวทาโร่ น่ารักเนอะ ^^


ตอบกลับความเห็นที่ 4
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 5
ดูปุ่มกดให้รถจอดสิค่ะ ยังน่ารักเลย


ตอบกลับความเห็นที่ 5
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 6
ปูเสื่อรอด้วยค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 6
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 7
รอชมค่ะ ชอบมากเลยแบบไปเองเนี่ย อาจได้ตามรอยค่ะ




ตอบกลับความเห็นที่ 7
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 8
Fujko F FujiO Museum จริงๆ แล้วเป็นพิพิธภัณฑ์ของอาจารย์ Fujko F FujiO ดังนั้นก็จะมีผลงานหลายชิ้นไม่ใช่แต่โดราเอมอน ที่เรารู้จักกันเท่านั้น ยังมีการ์ตูนอีกหลายเรื่องที่เป็นผลงานของอาจารย์เก็บสะสมอยู่ในนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นประวัติความเป็นมาของผลงานแต่ละชิ้น ซึ่งเราจะได้รับเครื่อง Audio เอาไว้ประกอบการฟังว่าผลงานแต่ละชิ้นมีความเป็นมายังไง น่าทึ่งดีค่ะ แต่ด้านในเขาไม่ให้ถ่ายรูปนะคะ ให้แต่ด้านนอก

เอาพี่ปาร์แมนไปก่อนละกันเนอะ


ตอบกลับความเห็นที่ 8
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 9
คุณmilkanak, คุณ armearn ตามมาเลยค่ะ
...........................................................

พี่ม่อน พี่โนบิตะ และพี่ไดโนเสาร์ค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 9
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 10
ไปด้วย


ตอบกลับความเห็นที่ 10
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 11
ตามไปดูด้วยคนคร้าบ ^ ^


ตอบกลับความเห็นที่ 11
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 12
จำท่อนี้ ในสวนสาธารณะนี่ได้มั้ยเอ่ย ^^ ที่ๆ ไจแอ้นท์ชอบมาเปิดคอนเสริต์ และ ที่ๆ โนบิตะชอบมานั่งหน้าเศร้าเวลาโดนแม่ดุ ดูสิค่ะเด็กๆ เต็มเลย


ตอบกลับความเห็นที่ 12
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 13
รบกวนถามหน่อยค่ะว่า เราจะจองตั๋วยังงัย

ถ้าไม่ได้ฝากคนที่ไปญี่ปุ่นจองให้น่ะค่ะ

เพราะคุ้นๆว่าต้องจองล่วงหน้านาน

แปลนจะไปเที่ยวเดือนกุมภาน่ะค่ะ

ถ้าจองล่วงหน้าเป็นเดือนจะได้เตรียมตัวจองเนิ่นๆ


ตอบกลับความเห็นที่ 13
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 14
คุณtottui, คุณ Posedonlove ยินดีต้อนรับค่า
.........................................................

ในพิพิทธภัณฑ์ มีฉายหนังให้ดูหนึ่งเรื่องที่ไม่มีฉายที่อื่น แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลยค่ะ นั่งดูแต่ภาพเอา ไม่รู้เรื่องก็ไม่เป็นไร เอาบรรยากาศว่าครั้งหนึ่งเราได้มาเป็นพอค่ะ และในนั้นก็มี Coffee shop ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกเอาไว้เตรียมละลายทรัพย์เรา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ

ขนมปังช่วยจำ (จำได้ว่าตอนเด็กๆ ช่วงสอบอยากมีโดราเอมอนมาก เพราะอยากได้ไอ้ขนมปังตัวนี้จะได้ไม่ต้องท่องหนังสือ คุณแฟนถามว่าอยากได้เหรอ ซื้อมั้ย แต่ซื้อแล้วจะกล้ากินเหรอ เลยตัดใจไม่ซื้อก็ได้ เชอะ เชอะ)


ตอบกลับความเห็นที่ 14
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 15
คุณน้ำตาลกะข้าวตัง : เท่าที่ทราบไม่มีขายทาง Web เลยค่ะ ต้องจองที่ร้าน Lawson ที่ญี่ปุ่นได้อย่างเดียว เค้าเปิดให้จองล่วงหน้าได้ 3 เดือนก่อนวันที่เราจะไป ลองโพสถามเหมือนเจ้าของกระทู้ดูนะคะ น่าจะมีคนใจดี ไปแล้วจองให้ เหมือนที่เจ้าของกระทู้โชคดีน่ะค่ะ
.............................................................

ปิดท้าย Museum ด้วยภาพของที่ดื่มน้ำ และป้ายบอกทางเข้าห้องน้ำใน Museum นะคะ น่ารักไปซะทุกจุดทีเดียว


ตอบกลับความเห็นที่ 15
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 16
วันที่ 4 เราเดินทางไปที่ Hakone โดยเราซื้อ Fuji Hakone Pass ราคา 7,200 Yen เป็น Pass แบบ 3 วัน โดยซื้อได้ที่สถานีชินจุกุ (ตามรอยคำแนะนำของคุณติวเตอร์ตู่ด้านบนเลยนะคะ) เราเพิ่มเงินอีก 870 Y เพื่อที่นั่ง Romance Car เพื่อให้ถึงเร็วขึ้น แต่ผิดหวังเรื่องรถไฟนิดหน่อยค่ะ เพราะไม่ใหม่ ไม่สวยเหมือนรูปที่คนอื่นๆ มารีวิวกัน แต่ประหยัดเวลาได้จริง เราคิดว่าน่าจะมีรถไฟหลายแบบ ขึ้นอยู่กับจังหวะของเราที่จะได้รถไฟคันไหนด้วยล่ะค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 16
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 17
ตอนที่ไปถึง Gora เราทั้งสองคนตัดสินใจหนีคนมหาศาล ที่ทุกคนมุ่งหน้าจะไปขึ้นเคเบิลคาร์ แล้วไปต่อกระเช้า ตามด้วยล่องเรือในทะเลสาบ โดยเราจะย้อนรูท คือไปทะเลสาบก่อน แต่ปัญหาคือ ไม่รู้จะย้อนรูทด้วยเส้นทางไหน เพราะหาแผนที่รถบัสที่เป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ ไปถามเจ้าหน้าที่ที่ Gora ก็อธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย แง แง T T เอาล่ะสิ ทำไงดีรู้แต่ต้องนั่งบัส เลยตัดสินใจเดินไปดูที่ Bus Stop ค่ะ ตรงนั้นมี 3 Bus Stop คือ Bus Stop 1, 2 และ 3 โล่งอกได้ทันที ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ สำหรับคนที่ไม่เคยไป ที่ Bus Stop ตรงจุดเริ่มต้นของสถานี Gora จะมีบอกหมดว่า Bus ไหน ผ่านเส้นทางไหน ถ้าต้องต่อรถก็จะบอกว่าให้ต่อสายไหน ที่จุดลงจุดไหน ขึ้นปั๊บ บอกคนขับเลยค่ะว่าจะลงไหน คนขับที่นั่นน่ารักมาก พูดอังกฤษไม่ได้ แต่พยายามบริการอย่างเต็มที่


ตอบกลับความเห็นที่ 17
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 18
อยากไปพิพิธภัณฑ์ โดเรมอนมากๆๆ


ตอบกลับความเห็นที่ 18
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 19
เรานั่งรถไปทะเลสาปเพื่อจะล่องเรือโจรสลัดก่อน เริ่มเห็นใบไม้แดงประปราย แค่นั้นก็ตื่นตาตื่นใจมากมายแล้วค่ะ อากาษหนาวเหมือนกันประมาณ 10 องศาเห็นจะได้


ตอบกลับความเห็นที่ 19
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 20
ใบไม้แดง


ตอบกลับความเห็นที่ 20
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 21
ตามด้วยล่องทะเลสาบค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 21
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 22
เรือโจรสลัด


ตอบกลับความเห็นที่ 22
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 23
พักเบรคกันด้วยขนมญีปุ่นอะไรซักอย่างนึ่ง เหนียวๆ หนึบๆ ซื้อกินบนเรือ หนาวก็หนาว ลมก็แรง แถมโดนบังคับให้กินอีกต่างหาก เราไม่ถูกปาก แต่คุณแฟนบอกว่า หนึบๆ เคี้ยวเพลินดี :)


ตอบกลับความเห็นที่ 23
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 24
หลังจากขึ้นเรือดูวิวทะเลสาบ ก็มาต่อด้วยกระเช้าไปหุบเขาไข่ดำกันค่ะ ^^
เห็นฟูจิซังไกลๆ ด้วย


ตอบกลับความเห็นที่ 24
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 25
มองไปด้านล่างเหมือนเขาทำเหมืองอะไรซักอย่าง ถ้าคนกลัวความสูง ก็ถึงขั้นเสียวกันทีเดียว อย่างคุณแฟนมือก็เหงื่อออก เพราะฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ผู้หญิงอย่างเราต้องแสดงฝีมือในการถ่ายรูปเองค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 25
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 26
เข้ามาชมค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 26
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 27
ว่าไปแล้วก็สูงเหมือนกันเนอะ แต่เพราะความสวยก็ทำให้หายกลัวได้ค่ะ ใบไม้แดง เหลือง เขียว สลับกันทั้งภูเขาเลยค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 27
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 28
มาเกาะกระทู้จ้าาา

ขนมดังโงะที่เคยในการ์ตูน ในรูปภาพ ในรายการทีวี ดูน่ากินน่าอร่อยมาก
ตอนเราไปเยือนญี่ปุ่นก็ไม่พลาดโอกาสซื้อมาลิ้มรส
พอได้กินไปคำนึงเท่านั้นล่ะ แหวะมาก ฮาๆ
ไอ้หนึบๆก็ดีอยู่นะคะ แต่ตัวน้ำเชื่อมมันเค็มๆและมีกลิ่นคล้ายๆพริกไทย = =
เรากินได้คำเดียว เลิกเลย ไม่ถูกปากเหมือนกัน


ตอบกลับความเห็นที่ 28
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 29
คุณ beshall : ใช่เลยค่ะ มันแหวะๆ จะว่าของคาวก็ไม่ใช่ ของหวานก็ไม่ใช่อ่ะ
.............................................

ทางเดินจากสถานีไข่ดำ ไปถึงบ่อน้ำแร่กำมะถันที่เขาเอาไว้ต้มไข่ที่บอกกันว่ากินหนึ่งฟองอายุจะยืนไปอีก 5 ปี ไกลเอาเรื่อง เล่นเอาหอบเหมือนกันค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 29
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 30
แต่วิวสองข้างทางที่เป็นดอกหญ้าก็สวยไม่ใช่น้อย ทำให้คลายเหนื่อยไปได้บ้าง


ตอบกลับความเห็นที่ 30
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 31
อีกวิวค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 31
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 32
และแล้วก็ถึงบ่อกำมะถันค่ะ ควันพวยพุ่ง แต่คนก็รุมล้อมกันกินไข่ดำที่เขาขายกันข้างๆ บ่อ คงหวังว่าจะให้อายุยืน


ตอบกลับความเห็นที่ 32
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 33
และนี่ค่ะ Packaging ไข่ดำ ในนั้นถ้าจำไม่ผิดมีไข่อยู่ 5 ฟอง ราคา 300 Y มั้ง เรากินไป 1 ฟอง คุณแฟนกินที่เหลือไปอีก 4 ฟอง บอกว่า เค้าจะอายุยืนเพิ่มขึ้นอีก 20 ปี 5555 เอาเถอะ พ่อคู้ณณณณณ


ตอบกลับความเห็นที่ 33
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 34
สวยมากครับน่าไปเที่ยวบ้างเลยครับ


ตอบกลับความเห็นที่ 34
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 35
รอชมต่อค่า่


ตอบกลับความเห็นที่ 35
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 36
คุณ d-explorer สวยมากจริงๆ ค่ะ, คุณ สาวหมวยม่งลี่ ตามมาเลยค่ะ
.....................................................................................

หลังจากลงจากกระเช้าก็มาต่อเคเบิ้ลคาร์มาลงที่สถานี Gora ความตั้งใจแรกของเราคือ อยากไป Open Air Museum ที่เค้าบอกกันว่าสวย แต่คุณแฟนดันตาดี ไปเห็นโปสเตอร์ว่า Pola Museum ซึ่งไม่รู้ว่าคืออะไร แต่มีภาพงานศิลปะของpicasso ติดอยู่ เลยบอกเราว่า ไปกันมั้ยเผื่อจะมีงานศิลปะโขว์ ว่าแล้วการเป็นภรรยาที่ดี คือต้องตามใจสามี (บ้าง) หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเป็นผู้ตามบ้างก็ได้ ก็เลยบอกว่า ไปก็ไปค่ะ เลยนั่งรถบัสไปที่ Pola Museum


ตอบกลับความเห็นที่ 36
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 37
ประติมากรรมอะไรซักอย่างหน้า Museum ค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 37
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 38
ขอตามไปด้วยคนค่า


ตอบกลับความเห็นที่ 38
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 39
และแล้วความน่าทึ่งก็ปรากฎ มุมมองใหม่ๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้เจอในกลางหุบเขา คือ Museum ขนาดใหญ่ที่สร้างด้วยรูปแบบ Modern และใหญ่มาก มีงานแสดง collection หรืองานสะสมของมหาเศรษฐีญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าของ Museum ซึ่งเป็นศิลปะระดับโลก เช่น picasso, renoir, monet, rodin, redon, vangogh, gaugin, cezanne, edward munch, degas (จริงๆ เจ้าของกระทู้รู้จักแค่บางคนค่ะ แต่อันนี้ Copy มาจาก Facebook ของคุณสามี แหะ แหะ:P) ค่าเข้าชมคนละประมาณ ไม่กี่ร้อยบาทไทย แต่ได้ดูงานระดับโลก บางชิ้นคุณแฟนบอกว่าไม่เคยเห็นในหนังสือมาก่อน พี่แกจ้อง มองแต่ละภาพแบบแทบอยากจะซึมซับ เข้าไปจนถึงก้นบึ้งหัวใจ จนเจ้าหน้าที่ที่ดูแล มองๆ เหมือนตานี่จะทำลายงานเขาหรือเปล่าเนี่ย คุณแฟนหันมาบอกว่า ตัวดู Brush Stroke ของงานนื้สิ สวยมาก เค้าน้ำตาจะไหล ดีใจที่ได้เห็นงานระดับโลกใกล้ๆ แบบนี้ โดยไม่ต้องไปฝรั่งเศส ไอ้เรา ก็ได้แต่ยิ้ม และปลื้มใจไปกับความสุขของเขา ถึงแม้ว่า จะไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ แต่การเห็นคนที่เรารักมีความสุข เราก็มีความสุขด้วยได้ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ :) ด้านในเขาไม่ให้ถ่ายรูป แต่ได้ถ่ายรูปงานของ Henry moore ที่อยู่ด้านนอกมา (คนนี้ก็ไม่รู้จักค่ะ เอามาจากคุณแฟนอีกที) แต่ที่น่าทึ่งสำหรับเราจริงๆ คือวิสัยทัศน์ของคนญี่ปุ่นที่เอางานศิลปะแบบนี้มาไว้ใน Museum ที่กลางหุบเขา ต้องไปดูเองค่ะ ถ้าคนรักศิลปะอย่างแฟนเราน่าจะติดตาตรึงใจไม่ใช่น้อยๆ เลย


ตอบกลับความเห็นที่ 39
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 40
หลังจากจบที่ Pola Museum เราก็นั่งรถบัสไปที่ Gotemba เพื่อต่อรถไป Kawaguchigo ในคืนนั้นเลย ไปถึงคาวา หนาวมากค่ะ 6 องศา โอ้วมายก๊อต แทบไม่อยากเดิน คืนนั้นก็สลบเหมือด เอาไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยเที่ยวในคาวา เนอะ

ตอนเช้า เรามาซื้อ Pass รถบัส นั่งเที่ยวรอบทะเลสาบคาวา ค่ะ ไปดูฟูจิ กับใบไม้แดงกัน ถ้าแสดงบัตร Fuji Hakone Pass จะได้ลดเหลือ 800 Y นะคะ

พอนั่งรถไปอยากลงสถานีไหนก็กดกริ่งเอา อย่างเราเอาเกณฑ์ว่าผ่านตรงไหนสวยก็ลงเลย เพราะนั่งฟรีทั้งวันอยู่แล้วเดี๋ยวนั่งใหม่ได้

เจอใบไม้แดงตรงนี้ไป แทบสลบ สวยมากกกก


ตอบกลับความเห็นที่ 40
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 41
เอาไปอีกหลายๆ รูป


ตอบกลับความเห็นที่ 41
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 42
ยังไม่หนำใจ เอาไปอีก


ตอบกลับความเห็นที่ 42
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 43
อย่าเพิ่งเบื่อกันนะจ๊ะ ก็มันสวยจริงๆ


ตอบกลับความเห็นที่ 43
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 44
นั่งบัสมาตรงทะเลสาบ ก็มาเจอใบไม้แดงอีก อันนี้ในสวนสาธารณะริมทะเลสาบคาวา


ตอบกลับความเห็นที่ 44
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 45
กับรูปปั้นในสวนสาธารณะ


ตอบกลับความเห็นที่ 45
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 46
ถ้าไม่ติดว่ามันหนาว จะนั่งนอนอยู่ที่นี่นานๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


ตอบกลับความเห็นที่ 46
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 47
นั่งรถวนไปดูฟูจิซังกันบ้าง


ตอบกลับความเห็นที่ 47
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 48
หามุมสวยๆ กันหน่อย หนาวก็หนาว อยากถ่ายรูปก็อยากถ่าย


ตอบกลับความเห็นที่ 48
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 49
ขึ้นไปถ่ายจาก Ropeway Kachi Kachi กันบ้าง


ตอบกลับความเห็นที่ 49
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 50
ชอบฟูจิซังมุมนี้จัง ถ่ายตอนเดินวนรอบๆ ทะเลสาบ


ตอบกลับความเห็นที่ 50
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 51
อีกมุมนึงริมทะเลสาบ


ตอบกลับความเห็นที่ 51