ใครมีแฟนเป็น US Army บ้างคะ

แฟนเป็นทหารอเมริกันประจำอยู่อัฟกันค่ะ กำลังจะได้กลับบ้านแล้ว

มามองหาเพื่อนร่วมชะตากรรมค่ะ เป็นแฟนทหารนี่ต้องอดทนมากกว่าทหารอีกมั้งคะ
ขนาดใกล้จะได้กลับแล้วยังมีเรื่องให้เราห่วง เฮ้อ...ทำใจ ทำไงได้
ได้แต่บอกตัวเองว่า เรายอมรับเค้าเข้ามาในใจแล้ว ก็ต้องยอมรับหน้าที่การงานของเค้าด้วย

ไอ้เราก็อดห่วงไม่ได้ ถึงเค้าจะบอกว่าเค้าสบายดีก็เถอะ ก็อัฟกันมันน่ากลัวอ่ะ

แฟนใครกำลังจะได้กลับหรือกำลังจะได้ไป เข้ามาแชร์กันนะคะ อยากมีเพื่อนหัวอกเดียวกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1
ขอให้ปลอดภัย


ตอบกลับความเห็นที่ 1
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 2
เห็นใจและเข้าใจเพราะหัวอกเดียวกันเลย สามีเราตอนนี้ไปได้สองเดือนครึ่งแล้ว คราวนี้Deploy สั้นหน่อยคือแค่เก้าเดือน เมืองทีอยู่นี่เป็นแคมป์เล็กๆความปลอดภัยก็ไม่ค่อยมีแน่นหนาเหมือนเบสใหญ่ที่ห่างออกไปแค่ไม่ถึงยี่สิบนาที เวลาจะไปทำธุระหรือตัดผมซื้อของใช้ที่จำเป็นที่นั่นไม่สามารถขับรถกันไปได้ถ้าไม่มีกลุ่มรักษาความปลอดภัยที่เข้มแข็งจริงๆ ที่นั่นทหารน้อยเพราะเป็นกลุ่มไปเทรนด์ทหารประเทศเค้าน่ะค่ะ เวลาจะไปซื้อต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์กันไปเพราะความปลอดภัยสูงกว่าเดินทางไปทางพื้นดินน่ะค่ะ...ความปลอดภัยนี่อย่าให้พูดถึงเพราะขนาดนอนนี่ยังต้องมีหน่วยคุ้มกันรักษาความปลอดภัยกันเลยล่ะค่ะ เราอยู่ทางนี้ก็นอนไม่ค่อยหลับลึกเหมือนกันเพราะจิตใต้สำนึกห่วงใยสามีอยู่ตลอดเวลา


ตอบกลับความเห็นที่ 2
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 3
เคยมีได้ไหม คนที่เคยคบด้วยต้องเดินทางตลอด ถึงอยู่ในหน่วยในตำแหน่งที่ไม่อันตรายต่อชีวิตก็ตาม
ชีวิตรักไม่เป็นสุข เขาทำงานไม่เป็นเวลา อยู่กันคนละประเทศก็ว่ายากแล้ว ยังคาดการณ์อะไรไม่ได้ยิ่งยากขึ้นไปอีก
หรืออิฉันไม่อดทนพอก็ไม่รู้นะ เขาว่าอิฉันก็ไม่ใช่ demanding type เลย แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด
คนนี้รักมาก แต่จนแล้วจนรอดอิฉันรักตัวเองมากกว่า เลยต้องตัดใจเลิกรากันไป ส่วนตัวถ้าบอกผู้หญิงคนอื่นได้แล้วเขาฟัง
จะบอกว่าให้ไปหาผู้ชายอาชีพอื่นเถอะ



ตอบกลับความเห็นที่ 3
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 4
ดีอย่างเดียว ได้ซื้อของใน PX


ตอบกลับความเห็นที่ 4
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 5
#Sunsweet May ท่าทางจะอันตรายมากเลยนะคะ น่าหวั่นใจแทน

#งงมึนเอ๋อเซ่อเปิ่นหลง ก็เคยคิดนะคะ กลัวไปไม่รอด แต่ก็ต้องลองดูไปก่อนค่ะ เค้าเหลืออีกแค่สองปีก็ลาออกได้แล้ว


ตอบกลับความเห็นที่ 5
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 6
เห็นใจครับ
แต่แนะว่าบางทีเป็นความลับที่เราอาจจะคิดไม่ถึง จึงไม่ควรคุยเรื่องแบบนี้ พึงระวัง หรือไม่ก็ขออนุญาตเขาก่อน


ตอบกลับความเห็นที่ 6
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 7
ไม่ได้เป็นทหารค่ะ แต่เป็น usaid
เค้าเลือกที่จะไปประเทศแบบนั้นเองเลย เพราะเงินและสวัสดิการ เราก็เลยเลิกกันไป

เพราะมันไม่ใช่เหตุผลที่เรารับได้ค่ะ พวกนักการทูตเวลาไปอยู่ประเทศแบบนี้จะได้เงินเป็นหลักหลายล้านบาทต่อปี และตำแหน่งของแฟนเก่าเราเค้าเป็นหัวหน้าด้านการเงิน พวกหัวกระทิ ก็ยิ่งได้ค่าตอบแทนเยอะขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

แต่สำหรับเรามันไม่คุ้มอ่ะค่ะ ไม่คุ้มที่จะเสี่ยงอะไรขนาดนั้น เราเป็นพวกdemandสูงด้วยค่ะ เลยไม่สามารถอดทนได้นานพอ เราเคืองนะคะที่เค้าเลือกแต่จะไปประเทศสงคราม ไม่ยอมฟังคนอื่น
บอกแต่ว่าเงินดีน่ะ สวัสดิการดีน่ะ ถ้าคุณแต่งงานกับผม ค่าใช้จ่ายหมาแมวคุณทุกบาททุกสตางค์รัฐบาลก็ออกให้น่ะ

เราฟังแล้วก็หน่ายใจ เลยปล่อยให้เค้าไปรวยของเค้าคนเดียว ส่วนเราก็อยู่คนเดียวดีกว่า
มันทรมานเนอะ เวลาที่ต้องรอการติดต่อของเค้า หายไป1วันเรานี่แทบคลั่ง คิดไปเยอะ จะเกิดไรขึ้น ตายมั๊ย ไปเรื่อยเลยค่ะ

พอมองย้อนกลับไปดูเราคิดว่าเรามีแต่ความทุกข์ในการรอคอยมากกว่าความสุข เราเลยถอยค่ะ เพราะยังเป็นแค่แฟนกัน เราถามตัวเองหลายรอบมากว่าไปต่อไหวมั๊ย ถ้าต้องแต่งกับคนนี้เอามั๊ย ใจเรามันต่อต้านไปแล้ว ว่าไม่เอาหรอก ถ้าเค้าตายขึ้นมาเราจะทำไง เอาสวัสดิการรัฐกับเงินประกันหรอ ไม่เอาดีกว่า พ่อแม่เราก็ไม่สนับสนุนเพราะเค้าถือว่า บ้านเราก็มีไม่เดือดร้อน จะไปมีแฟนทำอาชีพเสี่ยงๆทำไม

เราเลยจบกันดีๆค่ะ สำหรับเรา เราตัดความรู้สึกที่มีต่อเค้าไปหมดแล้ว แต่สำหรับเค้าก็ยังมีเมล์มา มีมาหาที่ไทยบ้าง ไปเนปาลบ้าง โทรมาระบายบ้าง เมล์มาบ่นเรื่องความกันดารบ้าง เราก็แบ่งรับแบ่งสู้ไป ในฐานะที่เค้าเคยดีกับเรามากๆ

เราเข้าใจความทุกข์ของแฟนทหารเลยค่ะ การเป็นห่วงเป็นกังวลนานๆ มันเป็นเรื่องที่ทรมานเกินไป เสียสุขภาพจิตมากๆ จริงๆค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 7
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 8
คุณM@Y~ Girl In Heaven ใจเด็ดจริงๆค่ะ คงเพราะอาจจะยังไม่ถึงขนาดที่ว่า "He is the one" แน่ๆเลยรึเปล่าคะ? :)

เราเจอกับสามีตอนเค้าเป็นแค่พาสไทม์น่ะค่ะ ตอนเจอกันเค้าก็ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอาชีพนี้อย่างจริงๆเพราะตอนนั้นยังมีเรื่องอื่นที่ให้ต้องตัดสินใจเรื่องอนาคตน่ะค่ะ แต่ที่ทำให้เค้าเปลี่ยนใจตอนหลังแต่งงานกันมาเป็นทหารอาชีพเลยนี่ก็เพราะเนื่องมาจากคุณปู่เค้า คุณปู่เคยเป็นทหารสมัยสงครามโลกแล้วเค้าก็ภาคภูมิใจกับหน้าที่นี้มากๆก็เลยกลายเป็นว่าหลานซึมซับกับอาชีพนี้มาตั้งแต่เด็กๆ....ตอนเจอกันกับสามีเค้าก็ยังเป็นนักศึกษาอยู่เลย พอจบโทมีบริษัทสองสามที่เสนองานดีๆมาให้แต่สุดท้ายก็คิดว่าตัวเองคงไม่เหมาะกับอาชีพผูกไทไปทำงานเพราะดูแล้วเค้าดูจะรักอาชีพทหารเป็นที่สุดก็เลยได้ตกบรรไดพลอยโจนได้สามีในเครื่องแบบมานี่ล่ะค่ะ แล้วบอกตรงๆคือไม่สามารถจินตนาการเห็นสามีแต่งตัวผูกไทไปทำงานอย่างที่เล่ามาได้เลยค่ะเพราะเห็นเค้าจริงจังรักในหน้าที่เป็นทหารนี่ยิ่งกว่าอะไรดี เราเป็นเมียก็คงได้แต่อดทนเป็นกำลังใจ เป็นHome front ให้สามีคนนี้ตลอดไปล่ะค่ะ


วันนี้ก็เพิ่งได้ดูซีเอ็นเอ็นๆแล้วก็Fox News ว่าเบสใหญ่ที่เราพูดถึงไปโดนถล่ม ทหารตายสองคนบาดเจ็บหนักอีกสอง ตกใจเป็นห่วงสามีมากๆ เพิ่งได้คุยกับสามีเมื่อสามสี่ชั่วโมงที่แล้วโล่งใจไปนิดหนึ่งว่ายังปลอดภัยดีกันอยู่ เสียใจกับครอบครัวที่สูญเสียคนที่รักไปจริงๆค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 8
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 9
คุณ อิสวาสุ เรื่องอาฟแซ็ค(โอพีเอสอีซี) นี่เราเข้าใจแล้วก็ระวังมากๆค่ะ ก็คุยได้ในความเหมาะสมว่าคุยได้แน่ไหนแล้วก็ระวังหลีกเลี่ยงเรื่องเอ่ยสถานที่อะไรต่างๆน่ะค่ะ ขอบคุณที่เตือนนะคะ :)


ตอบกลับความเห็นที่ 9
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 10

เรื่องออพเส็คนี่ คู่สมรส/เเฟน ของทหารหลายคนทำเอาคู่ของตัวเดือดร้อนหลายรายมาเเล้ว จากความช่างคุย
โดยเฉพาะทหารที่มี Security clearance กฏออพเส็คจะยิ่งเป็นเรื่องคอขาดบาดตายหนักหนา ยิ่งกว่าคนที่ไม่มีมากนัก


เร็วๆนี้เอง ภรรยาเเอร์เเมนคนหนึ่งได้ของขวัญจากสามีหลังกลับมาจาก TDY ภรรยาเอารูปของฝากมาโพสต์บนเฟซบุค
ปรากฏว่า ป้ายของฝาก บอกหราเลยว่ามาจากเมืองไหน ประเทศอะไร ที่สำคัญ สามีเธอมี Security clearance ด้วย

งานนี้เจ้านายสามีหัวเสียมากๆ ถึงจะเอารูปออกทันทีวันรุ่งขึ้น เเต่ damage has been done ไปเเล้ว เรียกคืนไม่ได้


ไม่ได้ตามข่าวว่าสามีเดือดร้อนมากน้อยขนาดไหน เเต่อย่างน้อยคนภรรยาคงเข็ดน่าดู สงสารเหมือนกัน เพราะรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ



ตอบกลับความเห็นที่ 10
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 11
ดีแล้วครับ คุณ : Sunsweet May ที่คุณตระหนักถึงความสำค้ญ แต่ผมอยากจะย้ำอีกทีว่างานที่มี Security clearance คนนอกมักจะผิดกฏโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่ไม่มีข่าวอะไรจะรั่วหากเจ้านายของคนที่มี Security clearance รู้ ก็อาจจะตั้งข้อสังเกตได้ มีผลต่อได้ ไม่ขอยกตัวอย่างนะครับ


ตอบกลับความเห็นที่ 11
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 12
ขอบคุณทุกๆ ความเห็นที่เข้ามาตอบกันนะคะ

คุณ ~ M @ Y ~ Girl In Heaven ใจเด็ดมากเลยค่ะ

คุณ : Sunsweet May สามีของคุณคงรักอาชีพนี้มากจริงๆ ฝรั่งเค้าจริงจังกับหน้าที่การงานของเค้าดีนะคะ

ตอนรู้จักกับแฟน เค้าก็อยู่ที่อัฟกันแล้วค่ะ ด้วยความที่เราไม่มีความรู้เกี่ยวกับด้านการทหารเลย
เลยไม่รู้เค้าเสี่ยงอันตรายรึเปล่า แต่อัฟกันไม่น่าไปอยู่ในความคิดเราพอถามว่าอันตรายมั้ย
เค้าก็บอกว่าอันตราย แต่ภารกิจของเค้ายังไม่อันตราย ที่เคยโดนหนักสุดคือถูกยิงที่แขนแต่ไม่เป็นไร
คือเรารู้แค่นี้เราก็ห่วงแล้วค่ะ เลยไปหาข้อมูลในอากู๋ดู ทีนี้จิตตกไปเลย ยิงกันตู้มๆ
ยังดีที่เค้าบอกว่าอีกสองปีเค้าก็รีไทร์ได้แล้ว พอถามว่าแล้วจะไปทำอาชีพอะไร
เค้าบอกจะไปเป็นตำรวจ SWAT Team ก็นะ...เค้าชอบงานด้านนี้ ทำใจอย่างเดียว


ตอบกลับความเห็นที่ 12
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 13
ดีอย่างเดียว ได้ซื้อของใน PX

จากคุณ : hollywop

****************************************
อ่า คงไม่ใช่หรอกค่ะคุณพี่hollywop! ของในPX ใช่จะถูกกว่าในวอลมาร์ท แค่ไม่ต้องเสียภาษีแต่เทียบกับวอลมาร์ทที่ต้องเสียภาษียังแพงกว่าเลย และของวอล์มาร์ทยังใหม่สดกว่าด้วย

ส่วนดีคือ ประกันtricare แต่บางคลินิคบางที่(คลินิคสตรี) ไม่ยอมรับประกันชนิดนี้

และอีกอย่างคือเงินทีจะได้ ถ้าสามีเสียชีวิตภรรยาจะได้เงิน55%ของเงินรีไทน์ (รีไทน์หลังจากเป็นทหารไม่ต่ำกว่า20ปี)และประกันไทร์แคร์ไปตลอดชีพ(ถ้าไม่แต่งงานใหม่)


ตอบกลับความเห็นที่ 13
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 14
มีเฟสบุคกลุ่ม แม่บ้านทหารอเมริกัน คุณ EngelTiya ลองเสริชชื่อกลุ่มในเฟสบุคแล้วแอดเข้าไปนะึคะ จะได้เข้าไปคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้ค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 14
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 15
หาไม่เจออ่ะค่ะ มันต้องเสิร์ชยังไงอ่ะคะ


ตอบกลับความเห็นที่ 15
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 16
หลังไมค์ไปถามพี่sunsweet may ก็ได้ค่ะให้พี่เค้าแอดไปให้


ตอบกลับความเห็นที่ 16
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 17
เวลาบาดเจ็บจำเป็นต้องลาต้องใช้เงินในการลาด้วยเหรออันนี้งงอ่ะใครมีข้อมูลช่วยตอบด้วยนะ
ตอบกลับความเห็นที่ 17
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 18
รบกวนสอบถามหน่อยค่ะมีต่างชาติอ้างว่าเป็นทหารบกประจำกรุงคาบูลอัฟกานิสถานเราจะเช็คอย่างไรว่าเขามีตัวตนจริงหรือไม่
ตอบกลับความเห็นที่ 18