เที่ยวไปกับสาวโก๊ะ : โมรอคโคจ๋า ฉันมาแล้วจ้ะ ตอนสาม

ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายแล้ว สายลมได้ไปเห็นวิถี และขนบอีกรปแบบหนึ่ง  ที่ดูราวกับหลุดไปเมื่อร้อยปีก่อน

ได้เห็นความยิ่งใหญ่สวยงามของธรรมชาติอีกรูปแบบ มา ตามสายลมไปดูกัน

แต่ก่อนจะไปอ่าน ถ้ายังไม่ได้อ่านตอนหนึ่ง กับตอนสอง ก็ไปอ่านก่อนนะจ้ะ

ตอนหนึ่ง มารู้จักโมรอคโคกันเถอะ
www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E13073947/E13073947.html

ตอนสอง ขี่อูฐ ชมจันทร์
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E13089256/E13089256.html
ความคิดเห็นที่ 1
ดาเดสจอร์ส Dades Gorge อยู่เลยที่พัก นั่งรถไปสัก 20 นาทีเอง

รถวิ่งขึ้นไปตามไหล่เขา เห็นแผ่นหิน เห็นเขาถูกกัดกร่อนเซาะ

และสีแผ่นหินที่มีสีส้มจัด สลับกับสีเทา ดูสวยแปลกมาก
ตอบกลับความเห็นที่ 1
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 2
โจเซฟจอดให้พวกเราลงเดินในช่วงช่องแคบของผนังหินสองด้าน

แผ่นหินสีส้มสวย ขนาบสองด้าน มองไปไกลๆเห็นภูเขา atlas สีขาววอกอยู่ไกลๆ

แล้วเห็นแม่น้ำ Draa ไหลอยู่ข้างๆ
ตอบกลับความเห็นที่ 2
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 3
เพราะเราอยู่ในระดับที่ราบสูงบนภูเขา เราจึงเห็นเขา atlas เพียงส่วนบน

ยอดเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ จึงดูขาวโพลนไปหมด  

ตัดกับผนังเขาอื่นที่แสงส่องเป็นสีส้มเป็นประกาย งามแปลกตามาก
ตอบกลับความเห็นที่ 3
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 4
ความเห็นส่วนตัว เราว่าที่นี่สวยกว่า Todgha

แต่ที่นี้ไม่มีคนไต่ผนังเขา เพราะคงสูงชันไม่เท่า Todgha

แต่เห็นคนมาเดินอยู่หลายคนเหมือนกัน

กิจกรรมของหมู่บ้าน dades คือ การเดินเทรกกิ้ง

หรือไม่ก็ขี่จักรยานเสือภูเขาเพื่อชมความงามที่ธรรมชาติสร้างสรร

และสูดโอโซนที่แสนบริสุทธิ์  

นอน Kasbahs กินอาหารฝรั่งเศส

อืม สุขจริงๆ อย่างสายลม เป็นต้น อิอิ
ตอบกลับความเห็นที่ 4
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 5
จะเห็นที่พักแนว Kasbahs ทั่วๆไป ตาม ดาเดสจอร์ส
ตอบกลับความเห็นที่ 5
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 6
หมู่หินที่ถูกกัดเซาะจนมีรูปร่างสวยแปลกตา
ตอบกลับความเห็นที่ 6
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 7
หมู่บ้าน ในหุบเขา ที่ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี

สวยแบบสดใสเลย
ตอบกลับความเห็นที่ 7
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 8
ลาจากเมือง Dades ด้วยเส้นทางที่จากมา

ภาพแปลกสีสวยได้ใจจริง
ตอบกลับความเห็นที่ 8
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 9
วิวข้างทาง หินสีส้ม รูปทรงแปลก ฟ้าสีเข้ม เมฆขาวลอยฟ่อง แดดส่องสว่าง

ขนาดถ่ายบนรถ ภาพยังสวยขนาดนี้

ถ้ามาเห็นด้วยตาจริงจะสวยขนาดไหน
ตอบกลับความเห็นที่ 9
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 10
รถวิ่งผ่านเขตเมือง เราเห็นมีวงเวียนปลูกกุหลาบ

กำลังออกดอกเต็มไปหมดกำลังจะเอ่ยปากขอจอดรถ

โจเซฟก็พูดว่าจะพาไปดูหมู่บ้านที่ปลูกกุหลาบ แต่หลังจากที่จอดพักรถ

ตาโจเซฟก็บอกว่าไม่ไปแล้ว เพราะหน้านี้ไม่มีกุหลาบ

เราคิดแง่ลบ ว่าทำไม

เพราะพวกเราเข้าไปร้านแถวนั้น และซื้อน้ำมันกุหลาบได้ในราคา 20 dh มาแล้ว
เหตุผลนี้หรือเปล่า


ดอกนี้ได้จากหน้าร้านที่ซื้อน้ำมัน คิดดูที่นี่ก็มีดอก(กุหลาบ)
ตอบกลับความเห็นที่ 10
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 11
พอดีมีข้อมูลนิดๆ บอกเผื่อใครจะไปครั้งถัดไป คือตอนนั้นฟังชื่อไม่ถนัดว่าที่ไหน  

แต่ข้อมูลที่มีอยู่  คิดว่าน่าจะเป็นโอเอซีส Skoura  

และที่นี่มี Kasbah Amerhidil ที่เขาว่าสวยมากด้วย  

ไหงน่าคุยกับทัวร์ ขอให้ใส่ในโปรแกรมก็ไม่เลว

อ้อ มีค่าเข้าด้วยนะ ไม่แน่ใจว่า 50 Dh หรือเปล่า

Note รูป-วิวข้างทาง
ตอบกลับความเห็นที่ 11
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 12
เป้าหมายวันนี้คือเมืองวอซาเซท (Ouarzazate)

ที่ท่องเที่ยวที่ทัวร์ต่างๆแนะนำก็ The Kasbah of Taourirt

กับป้อม ไอท์ เบน ฮาดดู (Ait Benhaddou)

Local ทัวร์เราก็นำเสนอเหมือนกัน

พอลงจากรถ คำบอกของโจเซฟคือไปกินข้าวร้านข้างๆ

ส่วนป้อมทาเริท(The Kasbah of Taourirt)ที่อยู่ตรงข้าม  

ก็ถ่ายรูปข้างนอกก็พอ ไม่ต้องเข้าไปข้างในหรอก เพราะเสียค่าเข้าชม
ตอบกลับความเห็นที่ 12
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 13
บางทีก็นะ เสียค่าเครื่องบิน เวลาไปมากมาย

เพื่อมายืนถ่ายรูปหน้าทางเข้า โดยไม่เข้าไป

ด้วยเหตุผลราคาอย่างเดียวเนี่ย

พอผ่านไปก็อดเสียดายเวลา และโอกาสไม่ได้

แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้อ่านข้อมูลว่าป้อมทาเริท(The Kasbah of Taourirt) ดีอย่างไร

แล้วก็หิวข้าวด้วย ก็เลี้ยวไปร้านอาหารข้างๆค่ะ
ตอบกลับความเห็นที่ 13
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 14
สีท้องฟ้าสวยจ้งเลยคะ

ตามไปเที่ยวด้วยคนคะ
ตอบกลับความเห็นที่ 14
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 15
เห็นว่ามันก็เป็นบ้าน แบบ Kasbah เช่นกัน แต่เดี๋ยวนี้ดัดแปลงเป็นร้านอาหาร

ก็เลยมีมุมถ่ายรูปสวยเยอะ
ตอบกลับความเห็นที่ 15
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 16
ยินดีค่ะ คุณกระจ่างเนตร

มื้อกลางวันจะเป็นมื้อที่ต้องจ่ายเอง ครั้งนี้พวกเราสั่งเป็นอาหารจานเดียวต่างคนต่างสั่ง

แต่ไง ไหงสั่งคล้ายกัน ขอเรียกข้าวไก่ย่างแล้วกัน รสชาติไม่เลว  

เขามีแฟรนฟรายส์ด้วย แต่ไม่แถมซอสมะเขือเทศ เลยกินแฟรนฟรายส์ไม่หมด
ตอบกลับความเห็นที่ 16
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 17
กินหลายที่ ไม่เคยมีค่าเซอร์วิสชาร์ท แต่ที่นี่ มี 5% เลยบอกกับเพื่อน

ตาบริกรดันเกิดหูเทพแปลภาษาไทยออก

เลยบอกกับเราว่าค่าบริการนั่นไม่เคยถึงมือเขาเลย

เฮ้อ ก็บริการอะไรบ้างล่ะ บอกที่นั่งโดนแดด ก็ไม่เห็นทำอะไร

ดีว่ามีเพื่อนที่กำลังมหาศาล เลยไปยกย้ายโต๊ะ ย้ายร่มกันเอง

จะขอซอสก็ไม่ยอมสบตา

แต่ก็นะ พวกเรามีโอกาสชีวิตดีกว่าเขา ก็ทิปไปอีกเล็กน้อย
ตอบกลับความเห็นที่ 17
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 18
กินเสร็จ เหลือเวลา สายลมเลยชวนเพื่อนข้ามถนนไปดูป้อมทาเริท

บ้านป้อมทาเริท (Kasbah Taourirt) ถือเป็นหนึ่งใน Kasbahs ที่สวยที่สุดของโมรอกโค

โดยเคยเป็นที่อยู่ของเสนาบดีใหญ่ตระกูล กลาวี(Glawi) สมัยมาราเกซเป็นเมืองหลวง

แต่ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว
ตอบกลับความเห็นที่ 18
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 19
บ้านนี้เขาว่าสวยที่สุด แต่สวยอย่างไรไม่รู้จริงๆ  เพราะได้แค่ยืนอยู่ข้างนอก ถ่ายรูปกับกำแพง

แค่นั้นจริงๆ เพราะราคาค่าเข้าเท่าไร จนถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้เข้าเลยไม่ได้จ่าย เลยไม่รู้ อิอิ
ตอบกลับความเห็นที่ 19
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 20
แถวๆ Kasbah Taourirt มีอาคารที่มีรูปแบบ Kasbah มากมาย

ดูไม่ออกว่าอะไรสร้างใหม่ อะไรของเก่า ที่เลิกใช้แล้ว อะไรของเก่าที่ยังใช้งานอยู่
ตอบกลับความเห็นที่ 20
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 21
เราข้ามถนนกลับมาฝั่งที่จอดรถ เลยเพิ่งเห็นว่าตรงนี้มี  Museum cinema ด้วย

เวลาไม่มี ไม่มีเวลา ก็เหมือนเดิม แค่ถ่ายรูปกับทางเข้า

รู้แค่นี่คือทางเข้า แต่ค่าเข้าเท่าไร ไม่รู้

แต่สายลมรู้ ว่าเมืองวอซาเซทถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองสำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์

เมืองนี้ มีพวกสตูดิโอภาพยนตร์เยอะ

ก็ต้องมีพิพิธภัณฑ์ทิ้งไว้สักหน่อย
ตอบกลับความเห็นที่ 21
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 22
ก่อนจะไปต่อ เราเจอหนุ่มเนี่ยกำลังฝึกเต้นเด๊นซ์ ที่เอามาโชว์มิใช่หื่นอะไร

แต่มันแปลกใจ เพราะจะเห็นคนโมรอคโคใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยมิดชิด เพิ่งเจอคนนี้แหละที่ถอดเสื้อ
ตอบกลับความเห็นที่ 22
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 23
คราวนี้มาถึงที่พักเร็วมาก แค่บ่ายสามเอง

โชคดีเจอขบวนแห่ ตอนนั้นแลดูน่ากลัว

กลุ่มผู้ชายหมู่ใหญ่เต้นไปมา ใส่หน้ากากรูปปีศาจ

พอเพื่อนเราลงจากรถ มีคนบอกว่าพวกเราเพิ่งมาครั้งแรก

เท่านั้นกลุ่มนั้นก็เข้ามาเต้นล้อมรอบ
ตอบกลับความเห็นที่ 23
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 24
เราอาศัยความตัวเล็ก มุดออกจากวงมาดูข้างๆ
ไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนโดนล้อมเป็นไง
แต่สายลมที่ดูข้างๆ รู้สึกสนุก ดูคล้ายประเพณีผีตาโขนบ้านเรา
เขาเต้นและร้อง พอจบพวกเขาดูดีใจ  เดินจากไป
มีใครบางคนบอกพวกเราโชคดี มาครั้งแรกก็ได้เห็นพิธีนี้
สายลมก็ดีใจ แต่ขอดีใจห่างๆนะ
ตอบกลับความเห็นที่ 24
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 25
ที่พักเราคืนนี้ค่ะ

Dar Chaama    
       
ข้อมูลเวป    http://www.darchamaa.com/en/index_en.html

Dar Chaama  ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้าน นอกเมือง  Ouarzazate

ที่นี่ยังอยู่ใกล้เขา atlas  พอเย็นลง อากาศก็เริ่มเย็นตาม ได้ใส่หยิบเสื้อหนาวมาใส่อีก

ตอบกลับความเห็นที่ 25
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 26
ที่พักเป็นแบบ Kasbah สมัยใหม่

สวย แต่แฝงกลิ่นโมรอก เต็มเปี่ยม
ตอบกลับความเห็นที่ 26
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 27
เจ้าของที่นี่เป็นชาวฝรั่งเศส
บริหารงานแบบมืออาชีพ แบบโรงแรม
ขึ้นมาบนห้องพัก มี welcome fruite
มีน้ำขวด ให้

อิอิ เป็นที่เดียวเลยที่ให้น้ำขวด
ตอบกลับความเห็นที่ 27
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 28
อาหารก็อร่อยอีก แต่เป็นสไตล์ประยุกต์ ไม่ใช่สไตล์ฝรั่งเศสแท้

ก็มีทั้งปอเปี๊ยะ และแกงมัสมั่นไก่นี่นา
ตอบกลับความเห็นที่ 28
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 29
รู้สึกนึกครึ้ม สามสาวเลยรวมตัวสั่งไวน์มาดื่มแกล้มกับไก่

ไวน์ที่นี่ราคาไม่แพง  ตอนเขียนนี้จำราคาไม่ได้แล้ว  

รู้แต่หมดขวด เหอเหอ นอนหลับฝันดีเลย (^ ^)/
ตอบกลับความเห็นที่ 29
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 30
เพราะถึงเร็ว สายลมเลยออกมาเดินชมเมือง

สามสาวแสนมั่น กลายเป็นตัวประหลาดที่คนมอง

พอเราเซย์ไฮย์ น้องๆที่เดินผ่านก็อายม้วนต้วนกันไป
ตอบกลับความเห็นที่ 30
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 31
เป็นเมืองที่น่ารัก แต่ก็มีความเป็นส่วนตัวสูง
เจอเด็กๆเลิกเรียนที่ยังจับกลุ่มไม่ยอมกลับบ้าน
พอเราจะถ่ายรูปโรงเรียน  ก็ตะโกนห้าม
แต่ขาสายลมเดินกลับ กลับเรียกให้ถ่ายรูป
อิโธ่ เจ้ไม่สน  ถ่ายรูปไปตั้งนานแล้วจ้ะ
อยากถ่ายรูปตัวเองอะเด้  รอไปเถอะ แบตหมดจ้ะ
ตอบกลับความเห็นที่ 31
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 32
เราเดินมาไกลกว่าจะเข้าเขตชุมชน
เจอคนใจดี จะเข้ามาคุย
แต่มีประเด็น เราพูดฝรั่งเศสได้คำเดียวคือ บองชูร์
เขาก็พูดได้แค่ good morning
ก็จบข่าว ซิค่ะ
ตอบกลับความเห็นที่ 32
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 33
ทางเข้า ซุก(souk) หรือตลาดค่ะ
ว่าจะเข้าไปชมหน่อย แต่เห็นมีหนุ่มๆยืนเกาะกลุ่มอยู่
คิดว่าไม่มีอะไร แต่เพื่อความไม่ประมาท
ก็อย่าเดินเข้าเลย  เดินเรียบไปตามถนนดีกว่า
ตอบกลับความเห็นที่ 33
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 34
ตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ
ตอบกลับความเห็นที่ 34
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 35
ที่นี่ สายลมได้อินทผลัมมา แบบอ้อนวอนเด็กให้ขาย
ก็น้องทำหน้าเมื่อยไม่อยากขาย ทำให้เรายิ่งอยากซื้อ
ซื้อมา 60 dh พอเดินไปอีกหน่อย เห็นอีกเจ้า 50 Dhเอง
รู้แล้วล่ะ ว่าทำไมถึงทำหน้าไม่อยากขาย TT ^ TT
ตอบกลับความเห็นที่ 35
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 36
ขอบคุณค่ะ คุณLan_Dao



เช้าอีกวันเราออกจากที่พัก แต่ยังไม่ออกจาก Ouarzazate
วอซาเซทมีชื่อเสียงอีกอย่างคือ เป็นมีสตูดิโอ และโลเคชั่นสำหรับหนังแนวทะเลทราย
เรื่อง Mummy ที่สายลมชื่นชอบ เขาว่าถ่ายทำกันใน studio แถวๆนี้ด้วย ไม่รู้ใช่ที่รถจอดให้ลงหรือเปล่า
ตอบกลับความเห็นที่ 36
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 37
คำบอกให้เวลา 15 นาที

สายลมว่า เดินไปถึงปากประตูแล้วเดินกลับก็คงหมดเวลาพอดี

ก็เลยตัดสินใจถ่ายแต่ป้ายแล้วกัน
ตอบกลับความเห็นที่ 37
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 38
เสร็จจากถ่ายรูปจากป้าย พวกเราก็เดินทางสู่เมืองไอท์ เบน ฮาดดู (Ait Benhaddou)

จะไปดูป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou) ค่ะ

นี่คือทางเข้าค่ะ
ตอบกลับความเห็นที่ 38
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 39
ป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou) มีดีอะไร ถึงต้องมาชมหรือค่ะ

ข้อมูลบอกเป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องที่โด่งดัง

อย่างเรื่อง Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator (เคยดูไหมค่ะ)

องค์การยูเนสโก้ ดูแลให้เป็นมรดกโลก  อืมสองอย่างล่ะ

อย่างนี้ต้องใส่ชื่อลงในสถานที่ท่องเที่ยว
ตอบกลับความเห็นที่ 39
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 40
สิ่งที่เห็นด้วยตา เป็นชุมชนเงียบๆ มี่อยู่ในบ้านแบบ Kasbah แท้ๆ บ้านสีดินสีส้ม กับฟ้าสีเข้ม ช่างสวยงามมาก
ตอบกลับความเห็นที่ 40
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 41
เส้นเดินเชื่อมไปแต่ละบ้าน เป็นทางแคบๆ ไม่สามารถที่จะมีรถยนต์วิ่งได้ อืม เป็นที่ปลอดจากมลภาวะดีจัง
ตอบกลับความเห็นที่ 41
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 42
ที่นี่มีแต่จักรยาน คนขี้ลา น้ำมันจะขึ้นหรือลง เขาคงไม่สะเทือน
ตอบกลับความเห็นที่ 42
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 43
แต่คงต้องมีนักท่องเที่ยวบ้าง เพราะเห็นว่าอาชีพหนึ่งของเขาคือพ่อค้า

ขายของพวกที่ระลึก ขายรูปวาด

แต่คงไม่ใช่พ่อค้าที่เก่งกาจนัก

เพราะไม่ตื้อ ไม่ร้องเรียกลูกค้าเลย

ให้ลูกค้าเดินเข้าไปร้องเรียกหาเจ้าของร้านเอง
ตอบกลับความเห็นที่ 43