เบรก 'ติ๊ก' ทำสารคดี อุทยานอินทนนท์แจง ดอยหัวเสือเปราะบาง

ที่มา: หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555





ดอยอินทนนท์เบรก "ติ๊ก" เจษฎาภรณ์ ลุยดอยหัวเสือ ถ่าย "เนวิเกเตอร์" แจงพื้นที่เปราะบาง-รบกวนสัตว์

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นายเสริมยศ สมมั่น ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 พร้อมด้วยนายธนกร จรูญรัชฎ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 และนายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ร่วมชี้แจงต่อสื่อมวลชน ภายหลังปฏิเสธให้นายเจษฎาภรณ์ ผลดี หรือติ๊ก พร้อมทีมงานรายการเนวิเกเตอร์ เข้าถ่ายทำรายการในพื้นที่ดอยหัวเสือ ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ตามที่ได้ประสานผ่านสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มาก่อนหน้านี้

นายเสริมยศชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา บริษัทสบายดีคลับสตูดิโอ ผู้ผลิตรายการเนวิเกเตอร์ ได้ทำหนังสือถึงสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขออนุญาตถ่ายทำรายการในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บริเวณกิ่วแม่ปาน ดอยผาตั้ง ทุ่งนาขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง ชุมชนแม่กลางหลวง น้ำตกอีกหลายแห่ง รวมถึงดอยหัวเสือ ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ระหว่างวันที่ 15-18 พฤศจิกายน

ต่อมาสำนักอุทยานแห่งชาติได้แจ้งมายังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 มีหนังสือด่วนมากที่ ทส 0910.505/20601 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน อนุญาตการถ่ายทำและให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ควบคุมการถ่ายทำ ให้เป็นไปตามระเบียบโดยเคร่งครัด

นายเสริมยศกล่าวว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 พิจารณาเห็นว่า พื้นที่ดอยหัวเสือซึ่งอยู่สูง 1,881 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นพื้นที่สันโดษและเปราะบาง เพราะเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าและพืชหายากใกล้สูญพันธุ์ บริเวณดังกล่าวยังเป็นถิ่นที่อยู่ของสลาเมนเดอร์และนกกินปลีหางยาวเขียว ซึ่งมีที่ดอยหัวเสือแห่งเดียวในโลก ดอยหัวเสือจึงต้องการสงวนให้เป็นพื้นที่สำหรับการศึกษาวิจัย ไม่พร้อมที่จะเปิดพื้นที่ให้เป็นการท่องเที่ยว เพราะหากมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวคนจะเข้าไปจำนวนมาก จนกระทบต่อวิถีชีวิตของสัตว์ป่า เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์และพืชหายาก เช่น เลียงผา แพะภูเขา ผีเสื้อภูฏาน ที่มีการตั้งมูลค่าถึงตัวละ 1 ล้านบาท สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 จึงไม่อนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำ ส่วนพื้นที่อื่นนอกเหนือจากนี้เปิดให้เข้าไปถ่ายทำได้ตามที่ขอมา

"ทราบว่าคุณติ๊กได้โทรศัพท์ไปขอผู้ใหญ่ในกรมให้ช่วย แต่ผมได้ชี้แจงไปยังสำนักอุทยานแห่งชาติถึงเหตุผลที่ไม่อนุญาต คุณติ๊กและทีมงานเป็นกลุ่มอนุรักษ์ที่สร้างสรรค์และมีจิตสำนึกที่ดี เชื่อว่าน่าจะเข้าใจเหตุผล คงไม่ทำอะไรที่น่าหนักใจ ตรงนี้ผมเข้าใจว่าบางครั้งการนำเสนอในเชิงธุรกิจอาจต้องการนำเสนอความแปลกใหม่ แต่เราก็ได้อธิบายไปแล้ว" ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กล่าว

ด้านนายเกรียงศักดิ์กล่าวว่า ได้สั่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ให้ตรวจสอบทุกจุดเข้าออก หากทีมงานของรายการเนวิเกเตอร์เข้าไปถ่ายทำตามจุดที่อนุญาตก็ไม่มีปัญหา แต่หากยังฝ่าฝืนบุกรุกก็จะจับกุมข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทันที

นายเกรียงศักดิ์ยอมรับว่า มีผู้ใหญ่หลายคนโทรศัพท์มาขอให้คณะของนายเจษฎาภรณ์เข้าไปถ่ายทำในพื้นที่ที่ขอมา แต่เนื่องจากดอยหัวเสือเป็นพื้นที่โซนธรรมชาติ เสี่ยงต่อความเสียหาย จึงได้ปรึกษากับผู้บังคับบัญชาสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ด้านพระเอกชื่อดังชี้แจงว่า รายการไม่บุกรุกพื้นที่ธรรมชาติ เพราะเนวิเกเตอร์เป็นรายการที่นำเสนอมุมมองทางธรรมชาติ ถึงความสวยงามต่างๆ และเป็นตัวแทนให้ทุกคนได้เห็นธรรมชาติในเมืองไทย การนำเสนอของรายการจะเน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้มีเจตนาที่จะบุกรุกพื้นที่ธรรมชาติ และทุกครั้งที่ถ่ายทำต้องขออนุญาตก่อน

"บางพื้นที่เป็นที่ที่คนไม่ได้ไปกันบ่อยๆ อย่างพื้นที่ดอยเสือ บริเวณดอยอินทนนท์นั้น เราได้อ่าน ได้เห็นมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ จากหนังสือท่องเที่ยว เพื่อนเดินทาง และได้ลองเสิร์ชในอินเทอร์เน็ตว่าดอยหัวเสือ พบว่ามีทั้งการนำเสนอแบบภาพนิ่ง และแบบคลิปวิดีโอ ซึ่งเราเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่สวย และเปิดกว้าง โล่ง ได้เหน็นเมฆหมอกต่างๆ แต่ตอนที่ทำเรื่องขออนุญาตไปนั้น ทางหัวหน้าบอกว่าเป็นเขตหวงห้าม ซึ่งขัดแย้งกับความจริงที่เราเห็น เราบอกว่าโอเค แค่ต้องการเสนอในแง่อนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่ได้ต้องการให้คนมาเที่ยว หรือมีเจตนาลักลอบ บุกรุกพื้นที่ทางธรรมชาติ แต่เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้เข้ามา ตั้งใจว่าจะถ่ายทำในส่วนที่พอจะถ่ายทำได้เท่านั้น เพียงแต่อาจจะไม่สมบูรณ์เหมือนตามความตั้งใจตั้งแต่แรก" พระเอกหนุ่มกล่าว

ความคิดเห็นที่ 1
เขาถามหาเหตุผลว่าทำไมให้นักท่องเที่ยวเข้าไปได้ทั้งๆที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่เปราะบาง ทำไมไม่ตอบเขาไป


ตอบกลับความเห็นที่ 1
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 2
สงสัยโดนลากยาวมาจากกรณีภูคิ้งรึป่าวคะ ทีมงานนี้เลยถูกจับตาเป็นพิเศษ


ตอบกลับความเห็นที่ 2
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 3
คนควบคุมควรไปสติ้กกับพวกเข้าไปท่องเที่ยวโดยพละการดีกว่าพวกที่เข้าตามตรอกออกตามประตู ถ้าติ๊ก
ทำรายการเผยแพร่ให้เข้าไปเที่ยวเยอะไๆก็ไปอย่าง แล้วอันซีนไทยแลนด์นี่มันจะมีมาให้ดูไหม ถ้ารายการ
ที่ทำบอกว่านี่แหฝะความสวยงามของธรรมชาติของเรา
ที่ควรอนุลักษณ์ แต่ห้ามลุกล้ำท่องเที่ยว ก็น่าจะอนุญาต ตกลงกันก่อนถ่ายทำ ถ้าเจ้าหน้าที่บอกว่าคน
จะแห่กันเข้ามาเที่ยว เราจะมีหน่วยงานดูแลไว้ทำไม
บางทีพวกที่เข้าไปได้อาจต้องเปนเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ที่เข้าไปย่างเนื้อกินในป่าแบบสองวันก่อน แบบไม่มี
ใครรู้ใครเหนเนียนเลย


ตอบกลับความเห็นที่ 3
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 4
เห็นด้วยกับ#3


ตอบกลับความเห็นที่ 4
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 5
ห้าม....ก็คือห้าม !

เหตผลของทางหน่วยงาน เค้าก็ได้บอกออกมาอย่างชัดเจนแล้ว

...............................................................................................................
" พื้นที่ดอยหัวเสือซึ่งอยู่สูง 1,881 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นพื้นที่สันโดษและเปราะบาง เพราะเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าและพืชหายากใกล้สูญพันธุ์

บริเวณดังกล่าวยังเป็นถิ่นที่อยู่ของสลาเมนเดอร์และนกกินปลีหางยาวเขียว ซึ่งมีที่ดอยหัวเสือแห่งเดียวในโลก ดอยหัวเสือจึงต้องการสงวนให้เป็นพื้นที่สำหรับการศึกษาวิจัย ไม่พร้อมที่จะเปิดพื้นที่ให้เป็นการท่องเที่ยว

เพราะหากมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวคนจะเข้าไปจำนวนมาก จนกระทบต่อวิถีชีวิตของสัตว์ป่า เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์และพืชหายาก เช่น เลียงผา แพะภูเขา ผีเสื้อภูฏาน ที่มีการตั้งมูลค่าถึงตัวละ 1 ล้านบาท สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 จึงไม่อนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำ ส่วนพื้นที่อื่นนอกเหนือจากนี้เปิดให้เข้าไปถ่ายทำได้ตามที่ขอมา "
................................................................................................................

ก็ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรๆ ที่อยู่เหนือกว่าเหตุผลของเค้าแล้วละครับ

ok ! หากสายตาของคนที่ดูทีวี ที่บ้าน ต่างเห็นภาพแล้ว....สุดยอด สวยงาม กับบางสิ่งที่คนไทยได้หาดูชมได้ยาก

แต่..จุดอื่นๆ เค้าก็มีให้เค้าไปถ่ายทำ..นิ ! แล้วมันจะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตกันไปทำไม กับบางจุดที่...เค้าห้าม

เค้าห้าม ! ทางรายการก็พูดออกทางโทรทัดไปซิ ว่า...ที่ห้ามนั้น..เพราะอะไร ก็ว่ากันไป

เผลอๆ มันทำให้คนที่ได้ยิน ต่างก็ต้องเข้าใจแหระ ว่า...เค้าต้องสงวน รักษาไว้

แล้วคนดูทางบ้าน...จะต้องไม่พอใจเชียวหรอ

ผมคิดว่า...คนดู (ที่ไม่พอใจนะ) น่าจะเข้าใจความคิดของทางหน่วยงานให้ได้ดีกว่า

แต่ผมกลับคิดแบบนี้ นะ

บังเอิญ.....ติ๊ก ก็เป็นคนของประชาชน ไหนจะหล่อเหลาเอาเรื่อง พอโดนห้ามขึ้นมา แฟนคลับต่างๆ นาๆ ก็จะต้องออกโรง ออกศึก ไม่พึงพอใจกับทางหน่วยงาน

ผมคิดว่า...ทางหน่วยงานก็ยังดีนะ ที่ยังอนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำได้ ในอีกหลายๆ พื้นที่ และก็มีเพียงบางจุดเท่านั้นแหระ ที่เค้าคิดห้าม เพื่ออะไรนั้น...เค้าก็ได้บอกกล่าวออกมาชัดเจน

ก็ไม่เห็นจะยากอะไรเลย ! ห้าม ก็ต้องจบ

คนไทย...มักจะชอบยื้อ ชอบดิ้นรน ชอบพยายาม กับสิ่งที่เค้าห้ามกันเป็นประจำ

อันดับแรก...มันควรเคารพสิทธิของทางหน่วยงานนั้นๆ ให้ได้...ดีกว่าครับ


ตอบกลับความเห็นที่ 5
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 6
กรมอุทยานมันบ้าครับ นี่ถ้าไม่โดนเบรกก่อนก็คงปล้นนักท่องเที่ยวคนไทย 100 บาทไปแล้ว ในเมื่อเป็นที่เปราะบางห้ามคนเข้า ก็ควรจะเปิดโอกาสได้ดูทางทีวีแทน ไม่อยากพูด เจ้าหน้าอุทยานบางคน ตัวดีเลย ทำร้ายธรรมชาติมากกว่านักท่องเที่ยวอีก


ตอบกลับความเห็นที่ 6