ไปสัมภาษาณ์วีซ่าอเมริกามาวันนี้ไม่ผ่านค่ะ ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

วันนี้ไปสัมภาษณ์วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาที่เชียงใหม่มาค่ะ ไม่ผ่าน เสียใจมาก
เจ้าหน้าที่ไม่ดูเอกสารอะไรเลย มีแต่ถามคำถามอย่างเดียว ทั้งๆที่เราก็เตรียมเอกสารไปพร้อม
เอกสารที่เตรียมไปมี
-ใบจองตั๋วเครื่องบิน
-ใบจองโรงแรม
-โปรแกรมท่องเที่ยว
-จดหมายแนะนำตัว
-จดหมายรับรองของsponser
-สเตสเม้นของตัวเองและsponser
-ใบรับรองการทำงานของsponser
-ใบรับรองนักศึกษา
-ใบเกรด
-สมุดบัญชีของตัวเองและsponser
-บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านของตัวเองและsponser

เจ้าหน้าที่ไม่ขอดูเอกสารสักอย่างจริงๆค่ะ พอเรายื่นให้ก็บอกว่าไม่ดู แล้วก็ถามๆๆ พิพม์ๆๆ
หลังจากนั้น ก็บอกเราว่า "your english is very good" ตอนนั้นแอบดีใจนึกว่าจะได้ แล้วเค้าก็ยื่นpassportคืนให้เราแล้วบอกว่า "เสียใจครับ เราออกวีซ่าให้คุณไม่ได้"พร้อมแนบก็ให้ใบเหตุผลมาว่า เราไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ งง เป็นไก่ตาแตกเลยค่ะ

เสียใจมากเลยค่ะ อย่างน้อยถ้าดูเอกสารเราบ้างแล้วปฏิเสธก็ยังคงจะรู้สึกดีกว่านี้ อันนี้ไม่ยอมดูเลย แล้วเอาอะไรมาตัดสิน

ตอนนี้กำลังคิดว่าจะไปยื่นใหม่อีกรอบ ว่าจะลองสู้ดูอีกสักครั้ง ไม่ทราบว่าถ้ามีภูมิลำเนาอยู่เชียงใหม่จะไปยื่นสัมภาษณ์ที่กรุงเทพได้หรือเปล่าคะ ? แล้วต้องรออย่างน้อยกี่วันคะถึงจะไปยื่นใหม่ได้?
ขอบคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1
เสียใจด้วยนะคะ...เจ้าหน้าที่เขาก็พิจารณา(ตัดสิน)จากข้อมูลที่คุณกรอกไปนั่นแหละค่ะ...ถ้าคุณคิดว่าคุณพร้อมและกรอกข้อมูลละเอียดขึ้น ชัดเจนขึ้น ก็ลองขอใหม่ได้ค่ะ...

คำถาม:
- คุณเรียนอยู่ที่ไหน ปีไหน?
- ใครเป็นสปอนเซอร์?
- จะไปเที่ยวที่ไหน? นานแค่ไหน?

เอกสารที่คุณยื่นไปนั้นเขาไม่ดูหรอกค่ะ:
- ใบจองตั๋วเครื่องบิน, ใบจองโรงแรม --- สถานทูตอเมริกาไม่ใช้ไม่ดู เพราะไม่ได้ช่วยให้ได้วีซ่า
-จดหมายรับรองของsponser -- ไม่มีใครรับรองได้ว่าคุณจะได้วีซ่าหรือรับรองว่าคุณจะไม่โดดวีซ่า
-ใบรับรองการทำงานของsponser -- ไม่จำเป็น
-บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านของตัวเองและsponser -- ไม่ได้ใช้

ลองกลับไปทบทวนดูว่าที่กรอกเอกสารไปนั้นครบถ้วน, ละเอียด, ชัดเจน หรือเปล่า? มีจุดไหนที่ขัดแย้งกันเองบ้าง

ตอบกลับความเห็นที่ 1
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวเจ้าของกระทู้จะไปลองตรวจเอกสารที่ตัวเองกรอกอีกทีว่ามีตรงไหนผิดพลาดไปบ้าง จะได้แก้ไขให้ละเอียดขึ้น
ตอบคำถามนะคะ
เจ้าของกระทู้เป็นนักศึกษาปี3 ค่ะ ยื่นวีซ่าไปท่องเที่ยวที่LA-SF 10วันค่ะ

ตอบกลับความเห็นที่ 2
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 3
ในอดีต คนไทยจำนวนมาก "โรบินฮู้ด" กันเยอะ ส่งผลมาถึงคนรุ่นหลังที่ตั้งใจจะไปเพื่อศึกษา หรือหาประสบการณ์ จริงๆ


ตอบกลับความเห็นที่ 3
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 4
ปี 3 เป็นมหาลัยเอกชน หรือ รัฐบาลคะ? จริงๆ ปี 3 ก้อน่าจะผ่านนะ เราเคยขอตอนปี 4 ผ่าน ได้มาปีนึง แต่ปัจจุบันได้มา 10 ปี


ตอบกลับความเห็นที่ 4
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 5
เค้าถามอะไรคุณบ้างค่ะ
ตอบผิดจากที่คุณกรอกข้อความในเอกสารรึเปล่า อันนี้สำคัญนะคะ
เข้าไปช่องไหนเอ่ย ช่อง 1 ใจดีมากๆ


ตอบกลับความเห็นที่ 5
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 6
ก็ถามคำถามทั่วไปค่ะ เรียนอยู่ทีี่ไหน ตอนเรียนพักที่ไหน จะไปทำอะไร ที่ไหน ไปกี่วัน พักที่ไหน ค่าตั๋วเท่าไหร่ ใครออกค่าใช้จ่ายให้ พอเราจะหยิบเอกสารขึ้นมาประกอบก็บอกว่าไม่ต้อง ตอนสุดท้ายก็บอกว่า "your english is very good" แล้วก็ยื่นpassport คืนให้ พร้อมบอกว่า "ขอโทษครับ วันนี้เราให้วีซ่าคุณไม่ได้" เราก็เลยยืนอึ้ง ณ ตอนนั้นกำลังมึนๆ งงๆ กำลังประมวลคำพูดของเจ้าหน้าที่ ไม่เข้าใจค่ะ "วันนี้ .. ไม่ได้" คืนต้องมาขอใหม่อีกทีวันหลัง หรือว่าอะไรยังไง
แต่ของเราเค้าไม่ได้แสตมป์หลังpassportนะคะ เคยได้ยินมาว่าบางคนพอโดนปฏิเสธจะโดนแสตมป์ที่หลังpassportด้วย
ตอนสัมภาษณ์ได้ผู้ชายช่อง 1 ค่ะ ดูยังหนุ่มๆแล้วก็เนียบๆหน่อย
ส่วนตัวคิดว่าเพราะไม่ได้ดูเอกสารอะไรเลย เลยไม่รู้ว่ายังอยู่ปี3 และเค้าก็ไม่ได้ถามด้วย เค้าคงนึกว่าเราอยู่ปี4 ใกล้เรียนจบแล้ว กะจะไปโดดมั้งคะ เลยไม่ผ่าน

ตอบกลับความเห็นที่ 6
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 7
เสียเงินฟรีอีกแล้ว


ตอบกลับความเห็นที่ 7
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 8
ของเราก็อยู่ปี 3 แต่เคยได้มาแล้วสองครั้ง ไปขอที่กทม.ก็ได้ 10 ปีมาค่ะ แต่ว่าความจริงถ้าเป็น นศ.อยู่มีใบรับรอง จนท.คัดเอกสารจะเอาใส่แฟ้มแยกต่างหากให้นะคะ เพราะมันก็เป็นตัวแสดงความผูกพันกับประเทศไทย คงแล้วแต่เจ้าหน้าที่ด้วยค่ะ ขอใหม่ขอให้โชคดีค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 8
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 9
visa นักท่องเที่ยว

กรณีที่ ไม่เคยไปอเมริกาเลย (นี่ครั้งแรก)

ต้อง.... มีหลักฐาน "รับรอง ที่พัก" ค่ะ ^_^

ถ้าจะไปพักกับญาติ(ที่อเมริกา) คุณจะต้องมี Sponsor ที่ support คุณด้วยเงินทุนที่ สูงมาก 6 หลัก และต้องมีผลการเรียนดีระดับหนึ่ง (3.00 ขึ้น) เพราะปกติแล้ว ถ้าจะไปพักบ้านญาติที่อเมริกา ส่วนใหญ่จะขอ visa ไม่ค่อยผ่าน >< เพราะเขากลัวคุณไปโดดร่มเป็น Robinhood น่ะ ><

---

แต่ถ้า คุณมีเงิน 6 หลัก ไม่พักกับญาติ แต่แนบเอกสารการจองโรงแรม จองที่พัก และการจองตั๋วเครื่องบิน แบบนี้ก็อาจจะได้ แต่.. sponsor จะต้องเป็นข้าราชการ หรือ... ถ้าทำงานเอกชนต้องมีรายได้ 30,000 up ต่อเดือน และจะต้องเป็น "ผู้ปกครอง" เท่านั้น!! จะไปเอาญาติคนอื่นๆที่ไม่ใช่ผู้ปกครองมาเป็นSponsor เขาก็ไม่ให้ผ่านล่ะค่ะ --'

และระยะเวลาการท่องเที่ยว อันนี้ก็สำคัญ..

ถ้าคุณเขียนว่า ไปท่องเที่ยว 1 เดือน หรือ 3 เดือน.. เขาก็อาจจะไม่ให้ผ่าน --'

แต่ถ้าคุณเขียนว่า ไปท่องเที่ยว 1 อาทิตย์ หรือ 2 อาทิตย์ แล้วมีที่พักที่แน่นอน สามารถบอกแผนการท่องเที่ยวเขาได้(ว่าจะไปเมืองไหนบ้าง รัฐไหนบ้าง) มี Sponsor ที่มีเงินสนับสนุนเพียงพอ แบบนี้ก็อาจจะผ่านค่ะ ^^

ตอบกลับความเห็นที่ 9
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 10
ค่ะ โดยส่วนตัวก็คิดว่าเตรียมเอกสารไปแน่นเหมือนกัน เลยคิดว่าเอกสารไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ปัญหาคือเจ้าหน้าที่ไม่ยอมดูเลย เลยไม่รู้จะทำยังไงค่ะ
เพราะตอนก่อนไปขอก็ศึกษาจากเว็บต่างๆมาเป็นอย่างดี ตรงไหนที่ว่าเสี่ยงก็หาทางกันไว้ก่อน
-ใบจองที่พักก็มีทั้งที่ la และ sf
-ใบจองตั๋วเครื่องบินไปกลับ
-ใบโปรแกรมทัวร์ อธิบายที่ๆจะไปในแต่ละวันกับโรงแรมที่พัก
-ใบแนะนำตัวก็เขียนไปหมดว่าเรียนที่ไหน ปีอะไร ทำไมอนากไปที่นั่น ใครเป็นสปอนเซอร์ให้
-ใบเกรด เกรดเฉลี่ย 3.7 กว่า แถมได้รางวัลเรียนดีจากมหาวิทยาลัย
-สมุดบัญชีก็มีเงินหกหลัก ค่ะ
-sponser เงินเดือน ประมาน 40,000
- นอกจากใบรับรองนักศึกษา ก็มีใบลงทะเบียนเรียนที่มหาลัยไปด้วยว่าเรายังต้องเรียนจริงๆ
-ตอนสัมภาษณ์ก็ใส่ชุดสูทของมหาลัยไป
แต่ลองถามเพื่อนๆดู เค้าก็บอกว่าขอที่ กทม ง่ายกว่า ส่วนมากก็ได้กัน
เลยว่าจะไปลองที่กทม ดูอีกทีตอนปลายเดือนค่ะ เพราะส่วนตัวแล้วยังติดใจคำว่า "วันนี้"เรายังออกวีซ่าให้คุณไม่ได้ ขอแอบคิดเข้าข้างตัวเองหน่อยว่า วันหน้าอาจจะได้ก็ได้ (เผื่อเค้าอาจจะอยากเห็นความพยายามของเรา) 5555

ตอบกลับความเห็นที่ 10
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 11
ที่ไม่ผ่านเพราะคำว่า Sponsor นี่แหละ เพราะดูแล้วมีแต่ของสปอนเซอร๋ เช่นจดหมายรับรอง, เสตทเม้นท, ใบรับรองเงินเดือน และสมุดบัญชี คำถาม--ทำไมสปอนเซอร์ต้องออกเงินให้เราไปเที่ยว?


ตอบกลับความเห็นที่ 11
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 12
สรุปแล้วไปเที่ยวคนเดียว ไปหาเพื่อนที่โน้น หรือไปเที่ยวกับเพื่อนอีกหลายคน

แล้ว sponsor คือใครคะ พ่อแม่ ญาติ

ถ้าทำทริปเหมือนไปเที่ยวคนเดียว แล้วไม่เคยไปที่อื่นเองคนเดียวมาก่อนมันก็อาจจะดูไม่น่าเชื่อถือเนอะ


ตอบกลับความเห็นที่ 12
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 13
สถานทูตอเมริกาไม่ดูใบจองตั๋วเครื่องบินหรือใบจองโรงแรมนะคะ ถ้าคุณอ่านคำแนะนำของสถานทูตอย่างละเอียดคุณจะรู้ว่าสถานทูตอเมริกาไม่ต้องการเอกสารเหล่านี้ และเอกสารเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้ได้วีซ่า ส่วนเอกสารการเงินนั้นไม่จำเป็นต้องมากมายแค่มีครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น

โจทย์คือ... ทำอย่างไรถึงจะให้สถานทูตเชื่อว่าคุณจะไปเที่ยวจริงๆมาแล้วจะกลับตามกำหนด ไม่มาแอบทำงานหรืออยู่ถาวรที่นี่

คนที่ขอวีซ่าควรจะเน้นข้อมูลที่สนับสนุนตัวเองเป็นหลัก อย่าไปให้ความสำคัญกับคนอื่นมากนักเพราะจะทำให้ไม่ได้วีซ่า ไม่ใช่ว่าเป็นนักเรียนแล้วจะไม่ได้วีซ่า...ลูกๆของเพื่อนเรียนอยู่มัธยมยังไม่เข้ามหาลัยยังได้มา10ปีก็หลายคน

คุณอาจจะเดินทางคนเดียว ไปเที่ยวกี่วัน รายละเอียดที่กรอกไปนั้น make sense หรือเปล่า?


ตอบกลับความเห็นที่ 13
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 14
เสียใจด้วยนะคะ อย่าเพิ่งท้อนะคะ สู้ๆค่ะ


ตอบกลับความเห็นที่ 14
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 15
ค่ะยื่นไปคนเดียวค่ะ แต่ความจริงแล้วจะไปหาเพื่อนที่นู้น ให้เพื่อนเป็นคนพาเที่ยวค่ะ
แต่เคยได้ยินว่า ถ้าเราบอกว่ามีคนรู้จักที่นู้น จะผ่านยากกว่า เลยไม่ได้บอกเค้าค่ะ
คงเพราะเค้าเห็นว่าเราไปคนเดียวมั้งคะ เลยไม่ให้ผ่าน แบบว่าเล็งไว้ตั้งแต่แรกเลย

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำต่างๆค่ะ เจ้าของกระทู้จะนำไปปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆให้ดีขึ้น เผื่อยื่นใหม่อีกครั้งจะได้มีโอกาสผ่านมากขึ้น


ตอบกลับความเห็นที่ 15
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 16
สรุปแล้วต่างกรรมต่างวาระครับ ฟังและอ่านให้เยอะครับ แต่ไม่ต้องเชื่อใครทั้งนั้น เพราะไม่ได้มีใครเคยเป็นกงศุล อเมริกาหรอกครับ คุณต้องวิเคราะห์สถานะตัวเองและตัดสินใจให้ดีที่สุด

คุณเรียนอยู่ปี3 ก็ต้องกรอกว่ามีคนสปอนเซอร์ ก็สมเหตุสมผลแล้วครับ

คหสต. เรื่อง ความผูกพันทางถิ่นที่อยู่นี่ ค่อนข้าง ไม่มีสาระ เค้าจะเอาอะไรมาวัด
ถ้ามันสำคัญจริงคงรับโฉนดที่ดินแล้วล่ะ ผมว่ามันมีค่าและผูกพันมากกว่าใบรับรองทำงานประจำเงินเดือนแค่2-3หมื่นซะอีก

ส่วนที่คนส่วนใหญ่บอกว่าถ้ามีคนรู้จักอยู่จะขอยาก ก็แล้วแต่ว่าคุณจะเชื่อมั๊ย
ผมไปขอทั้งครอบครัวอยู่ทะเบียนบ้านเดียวกัน
-คุณแม่เป็นแม่บ้าน
-ผมกับพี่อีก2คน ไม่ได้ทำงานประจำ ไม่มีเอกสารการงานอะไรทั้งนั้น ทำธุรกิจส่วนตัว ไม่มีใบจดทะเบียนการค้า มีแต่สัญญาเช่าตึกใบเดียว ใช้ร่วมกันทั้ง3คน
-ที่สำคัญผมกรอกว่ามีญาติอยู่ที่นู่น และจะไปพักกับญาติ (ญาติผมก็ฮู้ดจนได้citizenแล้ว) และจดหมายเชิญก็ไม่มี

เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ถามถึงแม้แต่คำถามเดียว ถามแค่ ไปเที่ยวไหน กี่วัน ไปกับใคร?
ก็ผ่านทั้งบ้านนะครับ (แต่ผมไปเที่ยวจริงๆ ไม่ได้จะหนีแต่อย่างใด)

สรุปในความคิดผมคือ มันอยู่ที่ดวงครับว่าจะเจอใครสัมภาษณ์
ขอให้โชคดีในการขอครั้งต่อไปครับ


ตอบกลับความเห็นที่ 16
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 17
แล้วจะไปเที่ยวที่ไหนของแอลเออะคะ ขอชัดๆ เพราะ ที่ฟังๆมา อ่านมาจนถึงนี่ ดูจะห่วงเรื่องเอกสารมากจนลืมประเด็นว่าไปเที่ยวจริงๆอะค่ะ

แอลเอ คนไทยอยู่เยอะ ร้านอาหารไทยมาก เวลาขอต้องรัดกุมอะค่ะ
เวลา จนท จะออกวีซ่าเค้าก็ต้องรัดกุมมากเหมือนกันอะค่ะ

โชคดีนะคะ


ตอบกลับความเห็นที่ 17
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 18
ลองถามตัวเองว่า ทำไมจะไปเที่ยวแค่ ๑๐ วัน
ทำไมจึงอยากไปนัก เขาไม่ให้ ที่ ชม ก็ยังจะไปขอ ที่ กทม
เก็บเงินค่าสมัคร ค่าใช้จ่ายไป กทม ดีกว่า เพราะคงได้ยากส์นะ


ตอบกลับความเห็นที่ 18
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 19
กลับมาอ่านใหม่ ^^

ตอบไปแล้วล่ะในความเห็น #9

ประเด็นของน้อง จขกท. น่าสนใจนะ ^^

ส่วนคนที่บอกว่า "เป็นที่ดวง --' " ขอบอกว่า.. ไม่ใช่แน่นอน ><

---

1. น้อง จขกท. ไม่เคยไปอเมริกามาก่อน ดังนั้น มันก็จะขอยากสักหน่อย
2. บอกว่า ไปพักโรงแรม เที่ยวคนเดียว (ไม่มีเพื่อนหรือญาติ เขียนจดหมายรับรองที่พักและค่ากินอยู่ให้) อันนี้ก็ ยิ่งยากส์เข้าไปใหญ่ --'
3. รายได้ Sponsor แค่ 40,000 บาทต่อเดือน.. (ไม่ใช่รายได้ตัวเองด้วยนะ >< แต่เป็นของ Sponsor) น้องก็ลองคิดดูความเป็นจริงสิ่ >< คนเงินเดือนแค่ 40,000 บาท ต้องเก็บเงินกี่เดือน ถึงจะสามารถไปเที่ยวอเมริกาได้ถึง 10 วัน O.O แถมพักโรงแรมด้วย(ไม่ได้พักบ้านญาติด้วย><)

มันมีเหตุผลอยู่นะ ที่น้องไม่ผ่าน..

แล้วพี่คิดว่า มันไม่ใช่ที่ดวงหรอก ><

แล้วน้อง จขกท. เคยไปประเทศอื่นไหมคะ ???

บางที ถ้าเราเคยไปประเทศอื่นมาก่อน เช่น ออสเตรเลีย หรือพวกยุโรป ก็อาจจะของ่ายขึ้น

แต่นี่.. ถึงน้องจะภาษาอังกฤษดี แต่น้อง.. "ไม่เคยไปต่างประเทศเลย O.O" แล้ว Sponsor ของน้อง ไม่ได้มีรายได้เดือนละเป็นแสนเป็นล้าน พอที่จะรับรองได้ว่า ถ้าน้องหลงทางหรือติดขัดอะไรจะสามารถสนับสนุนเรื่องที่พัก เรื่องความปลอดภัย และค่าอาหาร

พี่ดูยังไง.. น้องก็ไม่ผ่าน O.O

แต่ถ้าอยากผ่านจริงๆ พี่จะแนะนำเพิ่มเติม คือ..

1. ให้คนที่อเมริกา อาจจะเป็นญาติ หรือเพื่อน เขียนจดหมายรับรองว่า น้องมีที่พักแน่ มีของกินแน่ พร้อมลายเซ็นต์และชื่อ+ที่อยู่ ที่จะติดต่อเขาได้

2. รายได้ของ Sponsor ญาติน้องอาจมีรายได้แบบชัดๆเดือนละ 40,000 บาท(ซึ่ง.. ขอ visa ไม่ผ่านแน่นอน >< นอกจากว่าจะเป็นเจ้าตัวขอเอง) แต่.. บางที ทางบ้านน้องอาจมีรายได้ด้านอื่นๆด้วย เช่น บ้านให้คนเช่า หรือ ค้าขายของชำ น้องก็ไปทำจดหมายรับรองรายได้มา กรณีที่เป็นร้านค้าไม่ได้เสียภาษี(เช่น ขายตามถนนคนเดิน ขายตามเปิดท้าย) ต้องให้ผู้ใหญ่บ้าน หรือ นายอำเภอ เป็นคนเซ็นต์จดหมายรับรองมา ><

---

ประวัติการเรียนน้องดีนะ 3.00 ขึ้น อยู่ปี 3 พี่คิดว่าไม่ใช่ปัญหาเรื่องการเรียน

เรื่อง "เวลา" น้องขอไปแค่ 10 วัน พี่คิดว่าไม่น่าจะใช่ปัญหาเรื่องเวลา (ปกติถ้าขอไปเที่ยว เขาก็ให้ประมาณนี้แหละ 3-14 วันไม่เกินนี้ นอกจากจะไปเยี่ยมญาติ เขาถึงจะให้เวลา 3-6 เดือนแล้วแต่เคส)

ดังนั้น..

เหลืออย่างเดียว คือ.. เรื่องรายได้ของ Sponsor

อย่าลืมว่า.. น้องบอกสถานทูตว่า.. "น้องไปเที่ยว คนเดียว พักโรงแรม"

ดังนั้น เรื่องค่าใช้จ่าย "สำคัญมากๆๆๆๆๆๆๆ!!!" เพราะน้อง ไม่เคยไปต่างประเทศมาก่อน

คนที่ไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียวมาก่อน จะเอาอะไรมารับประกันว่า คุณจะไม่หลงทาง คุณจะสามารถเอาตัวรอดได้เมื่ออยู่ต่างประเทศ

ถ้าตัวคนเดียว ไปคนเดียว และไม่เคยไปมาก่อน ก็มีอย่างเดียวที่จะรับประกันได้.. นั่นก็คือ "เงิน"

ต้องเงินเยอะๆ..

แล้วน้องยังเป็นนักศึกษา ยังไม่มีรายได้ .. ตัว Sponsor ที่สนับสนุนก็รายได้แค่ 40,000 ต่อเดือน (ปกตินักศึกษาที่ขอ visa ไปเที่ยวเมืองนอกแบบไม่ได้พักกับญาติ Sponsor เขาต้องมีรายได้หลักแสนต่อเดือนขึ้นไป)

ก็ลองนึกดูความเป็นจริงสิ่ ><

แต่.. ถ้าน้องขอเป็น visa นักเรียนแลกเปลี่ยน อันนี้จะของ่ายกว่ากันเยอะมากๆๆๆๆๆๆ.. (ลองไปเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนดูสิ่ ^^ แบบที่ไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเฉยๆก็มีนะ ไม่ต้องทำงาน แค่ไปร่วมกิจกรรม แลกเปลี่ยน ก็เหมือนไปเที่ยวนั่นแหละ ^O^)


ตอบกลับความเห็นที่ 19
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 20
ถูกค่ะ คห.19 สำหรับบางคนที่มีรายได้แล้ว เป็นข้าราชการด้วยแต่จะขอไปเที่ยวมีหนังสือรับรอง ชัดเจนบางคนก็ไม่ผ่านนะคะ นั้นอีกสาเหตุเพราะคือ คุณยัง โสด
เคยไปเจอกะตัวมาค่ะ ลูกสาวขอวีซ่า แบบคู่หมั้น พาว่าที่สามีมาด้วย และขอวีซ่าให้แม่ตัว บอกเจ้าหน้าที่ว่าจะพาแม่ไปงานแต่งงาน ของคุณแม่วีซ่าไม่ผ่านค่ะ แต่ลูกสาวผ่านนะคะ แปลก ๆ อยู่เหมือนกัน ปรากฏว่า แม่เจ้าสาวเป็นหม้าย ก็เหมือนโสดอ่ะคะ ก็เลยเข้าใจถึงอีกสาเหตุนอกจากรายได้ คือสถานะภาพ


ตอบกลับความเห็นที่ 20
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 21
ถ้าจะขอใหม่แนะนำให้ขอที่เชียงใหม่ครับ
ไม่ต้องถ่อลงมากรุงเทพหรอกครับ


ตอบกลับความเห็นที่ 21
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 22
.

ตอบกลับความเห็นที่ 22
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 23
ffgghh


ตอบกลับความเห็นที่ 23
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 24
สปอนเซอร์เงินเดือน 4 หมื่นไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าไม่ยื่นหลักฐานการทำงานสปอนเซอร์ก็ได้ ขอเป็นหลักฐานการเงิน/หนังสือรับรองการเงิน ตัวเลขขอ หกหลักกลางๆขึ้นไปกำลังดี

ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับสปอนเซอร์?

ช่วงระยะเวลาที่ขอไป ที่จะไป 10 วัน เป็นช่วงเวลาเปิดภาคเรียนหรือไม่?

การเดินทางจาก LA ไป SF? ไป 10 วันเดินทาง 2 เมืองนี้ยังดูห่าง ถ้าเป็น New York Boston Philadephia จะดูง่ายกว่า

ผมเห็นน้อยนะที่เรียนอยู่ เกรดเฉลี่ยดี แล้วไม่ผ่านวีซ่า การเรียนเป็นภาคปกติ หรือไม่ครับ?

ส่วนเรื่องญาติ / เพื่อน ที่แจ้งว่าบอกว่ามีแล้วจะขอวีซ่าไม่ผ่าน ไม่เกี่ยวครับ

ถ้ามีญาติประเภท บิดา มารดา พี่น้องทางสายเลือดต้องแจ้งว่ามี

ในกรณีท่องเที่ยวเดินทางคนเดียว ไม่ใช่เมืองใหญ่ๆเช่น New York ถ้าผมแนะนำให้ลงรายละเอียดว่ามีคนรู้จักที่นั่นได้ เนื่องจากสถานภาพ เราเป็นนักศึกษา การเรียนดี น่าจะเป็นตัวบอกว่าเราจะกลับมาศึกษาต่อ ไม่ทิ้งโอกาสทางการศึกษาไปแน่ๆ

เอกสารไม่ต้องแสดงให้เห็นด้วย อย่างน้อยทางสถานทูตจะได้เห็นว่าเรามีเพื่อน / ญาติห่างๆ ที่จะพาเราเที่ยว หรือมีจุดมุ่งหมายในการท่องเที่ยวครับ

ถ้าเคยสัมภาษณ์ ที่เชียงใหม่ ยื่นครั้งใหม่ แนะนำให้ยื่นที่เดิมจะดีกว่าครับ


แอดเป็นเพื่อนคุยกันได้คับที่ gangffour@hotmail.com


ตอบกลับความเห็นที่ 24
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 25
เคยไปขอวีซ่ารอบแรกไม่ผ่าน ไปปรึกษาทนายชื่อ ซาร่า ใจดีมาก เพื่อนที่เคยขอได้แนะนำมา
แกรับแนะนำการเตรียมเอกสาร การสัมภาษณ์ของ วีซ่าท่องเที่ยว นักเรียน วีซ่าคู่หมั้น แต่งงาน
ใบเขียว ซิติเซ่น สรุปได้วีซ่า ๑ ปี แต่ดันไม่ได้ไป ลองติดต่อหาแก อาจจะแนะนำละเอียดขึ้น
แต่บางช่วงแกอยู่อเมริกา บางช่วงอยู่เมืองไทย อีเมล์แก tommy_sarah@hotmail.com

โชคดีครับ
ตอบกลับความเห็นที่ 25
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 26
ดิฉันก็สอบวีซ่าที่ชม.เป็นวีซ่าF1 แต่ไม่ผ่าน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หรืออาจจะเพราะเราพูดเพราะเกินไปรึเปล่า ต้องพูดโหดพูดดุหรือเปล่าถึงจะได้ไป การเพราะอาจจะดูเหมือนไม่มีความมั่นใจหรืิเปล่าคะ? วันที่2กพ. จะลองไปสอบอีกทีค่ะ ตั้งใจไปเรียนจริงๆ
ตอบกลับความเห็นที่ 26
   
  
 
 
   
ความคิดเห็นที่ 27
ท้อแท้มากๆค่ะ เขาไม่เห็นใจเราบ้างเลย เสียเงินนะค่ะไม่ได้ทำฟรี เสียทั้งเวลาเสียทั้งเงิน
ตอบกลับความเห็นที่ 27